Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3969/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในการตรวจสอบภาษีอากรของโจทก์ การที่เจ้าพนักงานประเมินไม่ยอมรับพิจารณาเอกสารบางฉบับที่โจทก์ส่งเนื่องจากไม่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบภาษีของโจทก์ และใช้เอกสารหรือพยานหลักฐานอื่น ๆ มาพิจารณาประกอบการประเมินภาษีของโจทก์ ย่อมมีสิทธิทำได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร บัญชีกระแสรายวันที่เสียดอกเบี้ยซึ่งเบิกเกินบัญชีใช้ชื่อเจ้าของบัญชีว่า พ. หาได้ใช้ชื่อห้างโจทก์เป็นเจ้าของบัญชีไม่ทั้งโจทก์มิได้แสดงรายการเสียดอกเบี้ยดังกล่าวไว้ในงบกำไรขาดทุนของโจทก์ จึงถือได้ว่า การเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวเป็นการกระทำของ พ. ในฐานะส่วนตัว ดอกเบี้ยที่เสียไปดังกล่าวไม่อาจนำมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ได้ เพราะเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัวตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (3) ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2526 ที่โจทก์อ้างว่าชำระเกินไปในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว ไม่อาจนำมาเครดิตภาษีกับภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2527 และ พ.ศ. 2528 ที่ถูกประเมินในคดีนี้ เพราะเป็นการเครดิตภาษีต่างรอบระยะเวลาบัญชีกัน เป็นการต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 69 ทวิ และโจทก์ไม่อาจขอหักกลบลบหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์สำหรับการประเมินภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2526 แต่ประการใด ทั้งไม่ปรากฏว่าได้มีการตรวจสอบภาษีของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวหรือไม่ผลเป็นประการใด.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายพยงค์ ลบแย้ม หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ได้เปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขานครปฐม เพียงแห่งเดียวใช้ชื่อบัญชีว่า "นายพยงค์ ลบแย้ม" ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันระหว่างหุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์กับธนาคารว่า เป็นการเปิดบัญชีเพื่อกิจการของโจทก์ จำเลยได้ตรวจสอบไต่สวนภาษีอากรของโจทก์สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2527 ถึง พ.ศ. 2528 แล้วแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2527โดยอ้างว่าโจทก์นำรายรับมาลงบัญชีไว้ไม่ครบถ้วน เมื่อปรับปรุงบัญชีกำไรขาดทุนแล้ว โจทก์ต้องชำระภาษี เบี้ยปรับและเงินเพิ่มอีกเป็นเงิน 114,866 บาท ซึ่งโจทก์เห็นว่าไม่ถูกต้อง ทั้งมีภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจำเลยต้องคืนแก่โจทก์โจทก์ขอเครดิตกับภาษีที่ถูกประเมิน แต่เจ้าพนักงานประเมินไม่ยินยอมให้หักกลบลบหนี้ ซึ่งไม่ถูกต้องเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายถูกสั่งให้เสียภาษีเงินได้ เบี้ยปรับ เงินเพิ่มเกินกว่าที่ควรต้องเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์การประเมินแล้ว แต่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์โจทก์ ขอให้พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวจำเลยให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยไม่ยอมรับเอกสารบางฉบับที่ดจทก์นำส่งตามหมายเรียกและจำเลยประเมินภาษีอากรของโจทก์โดยอาศัยข้อมูลบางส่วนที่มิใช่ได้มาจากการออกหมายเรียก การประเมินจึงไม่ชอบนั้น ได้ความว่าเอกสารที่โจทก์อ้างว่าจำเลยไม่ยอมรับนั้น เป็นเอกสารที่นางสาวเสาวลักษณ์ เหมพรหมราช เจ้าหน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบภาษีรายนี้ได้รับมาจากพนักงานของโจทก์และได้ตรวจสอบดูแล้วเพื่อเห็นว่าถูกต้องแล้วก็คืนให้พนักงานของโจทก์ไปเฉพาะเอกสารบางส่วนที่เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้ต่อไป เช่นหลักฐานการซื้อสินค้าจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งนายทวีโชค สงวนศรี พนักงานของโจทก์นำมายื่นให้เพื่อขอตรวจสอบกับยอดซื้อ เมื่อนางสาวเสาวลักษณตรวจดูแล้วเห็นว่า

เอกสารดังกล่าวตรงกับบัญชีซื้อก็คืนเอกสารดังกล่าวให้นายทวีโชคไป พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าฝ่ายจำเลยรับเอกสารของโจทก์และได้พิจารณาให้เป็นคุณแก่โจทก์แล้ว จึงได้คืนเอกสารให้โจทก์ไป หาใช่จำเลยไม่ยอมรับเอกสารของโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างไม่ นอกจากนี้ยังได้ความว่า นางสาวเสาวลักษณ์ได้ยินยอมให้นายพยงค์ ลบแย้ม หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์แก้ไขรายการที่ลงไม่ถูกต้องในเอกสาร ซึ่งนับว่าเป็นคุณแก่โจทก์ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าฝ่ายจำเลยได้ตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ที่โจทก์นำมาแสดงโดยให้ความเป็นธรรมแก่โจทก์แล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยไม่ยอมรับเอกสารเกี่ยวกับการจำหน่ายน้ำมันให้แก่ผู้แทนจำหน่ายของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6นั้น

ก็ปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2530 ซึ่งระบุราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในระยะเวลาของเดือนพฤษภาคม 2530ไม่สามารถนำมาใช้กับกรณีนี้ซึ่งเป็นการประเมินภาษีของโจทก์เฉพาะรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2527 ถึง พ.ศ. 2528 ได้เอกสารดังกล่าวจึงไม่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบภาษีรายนี้ ส่วนเอกสารอื่น ๆ ที่จำเลยไม่ยอมรับไว้พิจารณานั้นก็ปรากฏว่าเป็นเอกสารที่ไม่เป็นประโยชน์แก่การตรวจสอบภาษีของโจทก์แต่ประการใดการที่จำเลยไม่รับพิจารณาเอกสารบางฉบับตามที่โจทก์กล่าวอ้างจึงชอบแล้ว นอกจากนี้ในการตรวจสอบภาษีของโจทก์นั้น จำเลยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เอกสารเฉพาะที่โจทก์ส่งอ้างมาให้ทำการตรวจสอบแต่เพียงอย่างเดียว จำเลยมีสิทธิที่จะใช้เอกสารหรือพยานหลักญานอื่น

ๆมาพิจารณาประกอบได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรแต่ประการใดสำหรับปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยไม่ยอมให้นำค่าดอกเบี้ยสำหรับจำนวนเงินที่เบิกเกินบัญชีมาเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ชอบหรือไม่นั้น คู่ความรับกันว่าบัญชีกระแสรายวันที่เสียดอกเบี้ยซึ่งเบิกเกินบัญชีนั้นใช้ชื่อเจ้าของบัญชีว่านายพยงค์ ลบแย้ม หาได้ใช้ชื่อห้างโจทก์เป็นเจ้าของบัญชีไม่ ดังนั้น การเบิกเงินเกินบัญชีตามบัญชีดังกล่าวจึงน่าจะต้องถือว่าเป็นการกระทำของนายพยงค์ ลบแย้ม ในฐานะส่วนตัวนอกจากนี้โจทก์มิได้แสดงรายการเสียดอกเบี้ยดังกล่าวไว้ในงบกำไรขาดทุนของโจทก์ ดังนั้น ที่จำเลยไม่ยอมให้ถือดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ โดยเห็นว่าเป็นรายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว ตามประมวลรัษฎากร มาตรา65 ตรี (3) จึงชอบแล้ว

ฯลฯสำหรับปัญหาเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายจำนวน18,825.13 บาท ที่โจทก์ขอให้เครดิตภาษี แต่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามนั้น โจทก์เองก็ยอมรับว่าเงินภาษีจำนวนดังกล่าวนั้นเป็นค่าภาษีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2526 แต่การประเมินภาษีของโจทก์ในคดีนี้เป็นการประเมินภาษีสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 252และ พ.ศ. 2528 เท่านั้น ดังนั้นที่จำเลยไม่ยอมเครดิตให้โจทก์เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 69 ทวิ เนื่องจากเป็นการเครดิตภาษีต่างรอบระยะเวลาบัญชีกันนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยที่โจทก์อ้างเรื่องหักกลบลบหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์สำหรับการประเมินภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2526 ประการใด ทั้งยังไม่ปรากฏว่าได้มีการตรวจสอบภาษีของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2526แล้วหรือไม่ ผลเป็นประการใด ดังนั้น ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าการประเมินและคำวินิจฉัยของจำเลยชอบแล้วนั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้