Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3968/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 เช่าที่ดินจาก น. โดยมีข้อสัญญาระบุว่า โจทก์ที่ 1 มีสิทธิปลูกสร้างอาคารลงในที่ดิน เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงโจทก์ที่ 1 ต้องรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างออกไป ดังนั้นการที่โจทก์ที่ 1 ให้ ด. ปลูกตึกแถวลงในที่ดินเพื่อให้คนเช่า โดยให้ ด. ออกเงินค่าก่อสร้างเอง และ ด. มีสิทธิเรียกเก็บเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้เช่าแต่ผู้เดียว ตึกแถวดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ที่ติดกับที่ดินเพียงชั่วคราวมิใช่ส่วนควบของที่ดิน กรรมสิทธิ์ในตึกแถวดังกล่าวย่อมตกได้แก่โจทก์ที่ 1 และถือว่าเป็นประโยชน์อย่างอื่นที่โจทก์ที่ 1 ได้รับเนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) (ก) จึงต้องนำตึกแถวดังกล่าวมาคำนวณมูลค่าถือเป็นเงินได้พึงประเมินในการเสียภาษีเงินได้ของโจทก์ที่ 1 ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้ของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย

จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ เป็นสามีภรรยากันโจทก์ที่ ๑ ได้เช่าที่ดินบริเวณถนนสุนทรโกษา เนื้อที่ ๗ ไร่๑๑ ตารางวา และปลูกสร้างตึกแถวขึ้นที่ดินส่วนที่เหลือปลูกเป็นแผงลอย แล้วนำตึกแถวและแผงลอยออกให้เช่า โจทก์ที่ ๑ ได้เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินไว้ที่เขตพระโขนง แสดงว่าโจทก์ที่ ๑ ได้รับค่าเช่า แต่จากการตรวจแบบแสดงรายการเสียภาษีประจำปีของโจทก์ทั้งสองพบว่าโจทก์ทั้งสองไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการการเสียภาษีโดยแสดงเงินได้ที่ได้รับจากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๔๐(๕) รวมไว้ด้วยเลย คงแสดงเงินได้เฉพาะเงินได้ซึ่งเป็นเงินเดือนและเงินปันผลเท่านั้น การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ระหว่างพิจารณาโจทก์ที่ ๒ ถึงแก่กรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ที่ ๑ เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ ๒ ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยสำหรับภาษีเงินได้ตาม มาตรา ๔๐(๕)แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะเงินได้เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในตัวอาคารตึกแถวประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๕, ๒๕๑๖, ๒๕๑๗, ๒๕๑๘ ของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งคิดเป็นเงินปีละ ๕๕๐,๔๒๔.๕๒ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่าโจทก์ที่ ๑ เช่าที่ดินมาจากนางน้อย อิศระเสนา มาแล้วโจทก์จึงตกลงให้นายดิเรกรับเหมาปลูกสร้างตึกแถวให้คนเช่าโดยตกลงกันว่าให้นายดิเรกออกเงินค่าก่อสร้างเอง เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้นายดิเรกเรียกเก็บเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้เช่า ครั้นนายดิเรกก่อสร้างตึกแถวเสร็จ นายดิเรกได้เรียกเก็บเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้เช่าไปหมดแต่ผู้เดียวตามข้อตกลง ตึกแถวดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะสัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์ที่ ๑ กับนางน้อยได้ระบุว่าโจทก์ที่ ๑เช่าเฉพาะที่ดิน โจทก์ที่ ๑ มีสิทธิปลูกสร้างอาคารโดยจะต้องรื้อถอนอาคารเหล่านั้นออกไปเมื่อสัญญาเช่าที่ดินสิ้นสุดลง

ดังนั้นอาคารตึกแถวเหล่านั้นจึงไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน กรรมสิทธิ์ในอาคารตึกแถว ๑๒๘ ห้อง ตกเป็นของโจทก์ที่ ๑ ในระหว่างที่สัญญาเช่าที่ดินยังไม่สิ้นสุด โจทก์ย่อมมีเงินได้พึงประเมินจากประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา ๔๐(๕) (ก)แห่งประมวลรัษฎากร การที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้คำนวณมูลค่าตึกแถวแล้วเฉลี่ยเป็นรายปีและได้แจ้งให้โจทก์ที่ ๑ นำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มภาษีไปชำระสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๑๕,๒๕๑๖, ๒๕๑๗ และ ๒๕๑๘ จึงชอบแล้ว คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์จำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๑ ทั้งหมด.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายวิชา มั่นสกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้