Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 39678)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาค้ำประกันที่มีข้อความว่า ถ้านายธ.พ้นจากหน้าที่ตัวแทนในการขายของบริษัท เนื่องจากบริษัทบอกเลิกสัญญาหรือด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดก็ตาม สัญญาค้ำประกันฉบับนี้ยังไม่ยกเลิกจนกว่าจะครบกำหนด 6 เดือนนับตั้งแต่นายธ.ได้พ้นจากหน้าที่นั้น หมายความว่าแม้นายธ.จะพ้นหน้าที่ตัวแทนไปแล้วก็ตาม หนี้อันเกิดจากสัญญาตัวแทนที่จะต้องชำระก็หาได้หมดสิ้นไปทันทีไม่ อาจมีหนี้ที่นายธ.ทำขึ้นหลังที่สัญญาตัวแทนระงับลงแล้วอีกบางประการก็ได้ ซึ่งผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อไปอีก 6 เดือน หาใช่ว่าพอพ้น 6 เดือนแล้ว ความรับผิดใดๆที่ผู้ค้ำประกันมีอยู่เดิมก็จะยกเลิกไปด้วยไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาแล้วพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนมีใจความทำนองเดียวกันว่า เมื่อวันที่ 12พฤษภาคม 2501 จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันกับบริษัทโจทก์ค้ำประกันนายธวัช ตันติกุล ตัวแทนในการขายจักร์เย็บผ้าพาฟฟ์ของบริษัทโจทก์โดยจำเลยยอมรับผิดชอบในการกระทำใด ๆ ของนายธวัชนับตั้งแต่วันที่12 พฤษภาคม 2501 เป็นต้นไป ถ้าการกระทำของนายธวัชก่อให้บริษัทโจทก์ได้รับความเสียหายหรือก่อหนี้สินไว้กับบริษัทโจทก์ จำเลยยอมรับผิดชดใช้ให้บริษัทโจทก์เป็นจำนวนเงินไม่เกิน 30,000 บาท โดยไม่ต้องฟ้องนายธวัชก่อน และเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2502 จำเลยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันนายธวัชอีกฉบับหนึ่ง ในการขายเครื่องพิมพ์ดีดและเครื่องคำนวณเลขยี่ห้อโอลีเวตตีของบริษัทโจทก์ โดยจำเลยยอมรับผิด

มีเงื่อนไขเช่นเดียวกับสัญญาประกันฉบับแรกแต่มีจำนวนเงินที่จะต้องรับผิดในจำนวนไม่เกิน 40,000 บาท ครั้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2506 พนักงานตรวจบัญชีบริษัทโจทก์ตรวจพบว่านายธวัชได้ขายจักรเย็บผ้าพาฟฟ์เก็บเงินสดค่าเช่าซื้อไปแล้วไม่นำเงินส่งให้บริษัทจำนวน 72,557 บาท กับขายเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องคำนวณเลขไปและไม่นำเงินส่งบริษัทเป็นเงิน 16,083 บาท แล้วนายธวัชได้หลบหนีไป ต่อมาพนักงานตำรวจจับตัวนายธวัชได้ นายธวัชรับว่าได้ยักยอกเงินบริษัทโจทก์ไปจริง ศาลพิพากษาลงโทษนายธวัชไปแล้วบริษัทโจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันชำระเงินรายนี้ จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินในสำนวนแรก30,000 บาท ในสำนวนหลังอีก 16,083 บาทจำเลยให้การทั้งสองสำนวนเป็นทำนองเดียวกันมีใจความว่าโจทก์เป็นผู้ประมาทเลินเล่อ

ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ตกลงไว้กับจำเลย จำเลยได้มีหนังสือบอกเลิกการค้ำประกันนายธวัชให้บริษัทโจทก์ทราบแล้วเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2506 โจทก์ไม่มีสิทธิมาเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัทโจทก์เพิ่งมาฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2507 เป็นการฟ้องเมื่อสัญญาค้ำประกันได้ยกเลิกไปโดยเด็ดขาดแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องทั้งสองสำนวนโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินโจทก์ทั้งสองสำนวนตามฟ้องจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาให้บริษัทโจทก์ทราบแล้วก็ตาม จำเลยก็หาพ้นความรับผิดไปได้ไม่ เพราะนายธวัชได้ยักยอกเงินค่าขายสินค้าดังกล่าวไปในระหว่างที่ยังเป็นตัวแทนของบริษัทโจทก์ เมื่อนายธวัชยังไม่ได้ชำระเงินให้บริษัทโจทก์ จำเลยจึงเป็นผู้ค้ำประกัน ต้องเป็นผู้รับผิดชดใช้แทนภายในวงเงินตามสัญญาค้ำประกัน และตามสัญญาค้ำประกัน ข้อ 5 ที่ว่าเมื่อนายธวัชพ้นจากหน้าที่นั้น หมายความว่าแม้นายธวัชจะพ้นหน้าที่ตัวแทนไปแล้วก็ตาม หนี้อันเกิดจากสัญญาตัวแทนที่จะต้องชำระก็หาได้หมดสิ้นไปทันทีไม่ อาจมีหนี้ที่นายธวัชทำขึ้นหลังจากที่สัญญาตัวแทนระงับลงแล้วอีกบางประการก็ได้ ซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อไปอีก 6 เดือน หาใช่ว่าพอพ้น 6 เดือนแล้วความรับผิดใด ๆ ที่จำเลยมีอยู่แล้วก็จะยกเลิกไปด้วยไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจิต ไชยาคำ · กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้