Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3964/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่า 1 ปี นับจากวันที่โจทก์ทราบว่าจำเลยทั้งสองเข้าปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาท ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 แต่ปรากฏว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดซึ่งโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ มิใช่ที่ดินมือเปล่าที่มีแต่สิทธิครอบครอง จึงไม่อาจนำ ป.พ.พ. มาตรา 1375 มาใช้บังคับได้ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่อาจทำให้จำเลยทั้งสองชนะคดีได้ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารรื้อถอนบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 9 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามโฉนดเลขที่ 7735 ตำบลบางปู (ท้ายบ้าน) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 6,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 1,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนบ้านและขนย้ายออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ปลูกบ้านอยู่บนที่ดินของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย โจทก์ไม่เคยมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนบ้านและขนย้ายออกจากที่ดิน

คดีขาดอายุความฟ้องขับไล่แล้ว ที่ดินพิพาทหากจะให้เช่าก็ไม่เกินเดือนละ 50 บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 2 ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินว่างเปล่าไม่มีผู้ใดมีกรรมสิทธิ์เป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว โดยสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ โจทก์ได้กรรมสิทธิ์มาในภายหลังจึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่มีหนังสือบอกกล่าวตามกฎหมาย คดีขาดอายุความฟ้องขับไล่แล้ว ที่ดินของโจทก์หากจะให้เช่าก็ไม่เกินเดือนละ 50 บาท ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ด้วย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ก่อนชี้สองสถาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ไม่อาจบังคับได้ เพราะแม้จำเลยที่ 2 จะชนะคดีโดยฟังว่าจำเลยที่ 2 ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทจนได้สิทธิมา โจทก์ก็ไม่มีหน้าที่ทางนิติกรรมต้องไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 จึงให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสองยอมรับว่า จำเลยทั้งสองปลูกบ้านและอยู่ในที่ดินพิพาทของโจทก์จริง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารรื้อถอนบ้านไม่มีเลขที่หมู่ที่ 9 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7735 ตำบลบางปู (ท้ายบ้าน) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 3,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนบ้านและขนย้ายออกไปจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองต้องห้ามมิให้อุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2541 เกินกว่า 1 ปี นับจากวันที่โจทก์ทราบว่าจำเลยทั้งสองเข้าปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาท ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง แต่ปรากฏว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนด ที่ดินซึ่งโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์มิใช่ที่ดินมือเปล่าที่มีแต่สิทธิครอบครอง จึงไม่อาจนำมาตรา 1375 มาใช้บังคับได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่อาจทำให้จำเลยทั้งสองชนะคดีได้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ วายุภาพ · จิระวรรณ ศิริบุตร · เกษม เวชศิลป์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายจุฬา อินจิว
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายมนูญ เฉลิมช่วง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้