Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 396/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดให้จำคุกจำเลย 3 ปี เพิ่มโทษ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จำคุก 4 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลย 3 ปี ไม่เพิ่มโทษลดให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 2 ปี และแก้ว่า จำเลยไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหาย คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขข้อที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลย และไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายเท่านั้นไม่ใช่เป็นการแก้บทเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย คู่ความจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร และจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วกลับมากระทำผิดอีกภายในกำหนด ๕ ปีขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗,๘๓ และ ๙๒ ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีที่จำเลยต้องโทษอยู่ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าได้ไปกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และนายสนิทที่โรงรับจำนำแห่งหนึ่ง จำเลยทั้งสองบอกให้จำเลยที่ ๑ จำนำเครื่องคิดเลข จำเลยทำตามโดยไม่รู้ว่าเป็นของคนร้ายลักมา จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพฐานรับของโจร จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทำผิดฐานรับของโจรจริง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๓ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คนละ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๙๒ คงจำคุกคนละ ๔ ปี ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ ๑ กำหนด ๒ ปี ๘ เดือน จำเลยที่ ๒ ลดให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกไว้ ๒ ปี ให้นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากคดีแดงที่ ๒๔๒๑/๒๕๑๐ จำเลยที่ ๒ต่อจากคดีแดงที่ ๒๖๐๑/๒๕๑๐ ของศาลอาญา ส่วนจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้องกับให้จำเลยที่ ๑, ๒ คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ร่วมกระทำผิดฐานรับของโจรแต่ข้อที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ฐานไม่เข็ดหลาบ ศาลชั้นต้นเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ไปแล้วนั้น ตามสำนวนไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ให้การรับในข้อต้องโทษ และโจทก์ก็มิได้นำพยานบุคคลสืบประกอบประวัติอาชญากร เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ แม้จำเลยที่ ๑ จะมิได้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ กับข้อที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วยนั้นปรากฏตามทางพิจารณาว่า ผู้เสียหายได้ของกลางคืนไปแล้ว ไม่ควรจะต้องให้จำเลยคืนหรือใช้ทรัพย์อีก จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปี โดยไม่เพิ่มโทษคำให้การของจำเลยมีประโยชน์ในทางพิจารณาลดให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี และแก้ว่าจำเลยไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง และโจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ ๑ เพราะเห็นว่าศาลอุทธรณ์แก้บทลงโทษ เป็นการแก้มาก

ศาลฎีกาเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวข้างต้นเพียงแต่แก้ไขในข้อที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลย และไม่ต้องคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการแก้บทเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาคดีในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาเถียงข้อเท็จจริงว่าไม่ได้กระทำผิดและฎีกาของโจทก์เถียงว่า ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาที่จำเลยรับว่าจำเลยเคยให้การรับชั้นสอบสวนและมีรายงานประวัติอาชญากรประกอบควรฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้วตามฟ้องก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน ฉะนั้นฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ ๑จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ ๑ ให้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์และจำเลยที่ ๑.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร หุตะโกวิท · กิตติ สีหนนทน์ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายกุดั่น กลัมพากร
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ สุนทรนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้