คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาชัยภูมิ ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๘ จำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่าย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน ๒๐,๔๒๘ บาทให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่า นายอดินันท์ ศรีวนกุล พี่ชายจำเลยร่วมเล่นแชร์วงเดียวกับโจทก์โดยมีนายสุชาติ บุญเพชรรัตน์ เป็นนายวงแชร์ นายอดินันท์ประมูลแชร์ได้เป็นมือที่ห้า จึงให้จำเลยออกเช็คให้แก่ลูกวงแชร์ที่ยังประมูลไม่ได้อีก ๑๑ มือ แต่นายอดินันท์ไม่ได้เงินจากโจทก์ จึงให้จำเลยอายัดเช็คที่จำเลยจ่ายไว้ โจทก์ประมูลได้มือสุดท้าย โจทก์จึงไม่มีสิทธิยึดเช็คของจำเลยไว้ เพราะไม่มีมูลหนี้ต่อกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๘ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การเล่นแชร์รายนี้มีข้อตกลงว่า นายสุชาติเป็นนายวงแชร์ เมื่อลูกวงแชร์คนใดประมูลได้ ลูกวงแชร์คนนั้นจะต้องออกเช็คมอบให้นายสุชาติเพื่อนำไปแลกเงินสดมามอบให้ผู้ที่ประมูลได้ ถ้าผู้เล่นแชร์คนหนึ่งคนใดหลบหนีหรือผู้ประมูลแชร์ยังได้เงินไม่ครบนายสุชาตินายวงแชร์จะต้องรับผิด ฉะนั้น เมื่อลูกวงแชร์ที่ได้รับเช็คได้ชำระเงินให้นายสุชาติแล้วย่อมถือได้ว่าได้ชำระเงินนั้นให้แก่ผู้ที่ประมูลแชร์ได้แล้ว เมื่อปรากฏว่านายสุชาติได้นำเช็คของจำเลยจากนายอดินันท์ลูกวงแชร์ผู้ประมูลได้ไปแลกเงินสดจากโจทก์มา๒๐,๐๐๐ บาท แต่ยังไม่ได้นำเงินมาให้นายอดินันท์เพราะยังรวบรวมเงินได้ไม่ครบทุกมือ จึงถือได้ว่านายอดินันท์ได้รับเงินจากโจทก์แล้วเช็คพิพาทจึงมีมูลหนี้ เมื่อเช็คขึ้นเงินไม่ได้จำเลยซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค จึงต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น