Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3940/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาโดยไม่รู้ว่าจำเลยไม่มีคุณสมบัติที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามกฎหมายนอกจากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดเลยได้ตรวจคุณสมบัติของจำเลยแล้วเห็นว่าจำเลยมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีหนังสือรับรองของกระทรวงมหาดไทยรับรองว่าจำเลยเคยรับราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยครบ 2 ปี ด้วย เมื่อจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะกระทำความผิดต่อกฎหมายโดยเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 100

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2542 ได้มีประกาศผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดเลย เรื่องการสมัครและสถานที่สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภากำหนดวันสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2542 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2542ระหว่างเวลา 8.30 นาฬิกา ถึง 16.30 นาฬิกา โจทก์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาเขตเลือกตั้งจังหวัดเลยหมายเลข 11 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2542 เวลากลางวันจำเลยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา เพราะจำเลยไม่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือเคยรับราชการในจังหวัดเลยเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี โดยจำเลยเคยรับราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย

ตั้งแต่วันที่ 9ตุลาคม 2532 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2534 เป็นเวลา 1 ปี 11 เดือน 22 วัน แต่จำเลยได้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาเขตเลือกตั้งจังหวัดเลย ได้หมายเลข 5 และจำเลยได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าจำเลยเคยรับราชการในจังหวัดเลยที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี และให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดเลยจดข้อความอันเป็นเท็จลงในใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาอันเป็นเอกสารราชการ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองจังหวัดเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มาตรา 100 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267, 90 กับให้สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดสิบปีในชั้นตรวจรับคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ในความผิดที่โจทก์ฟ้อง โจทก์มิใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายดังกล่าว จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มาตรา 100 แล้วดำเนินการต่อไป นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีโจทก์มีมูลในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. 2541 มาตรา 100 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์นำสืบพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้ความแต่เพียงว่า เดิมจำเลยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกองงานความมั่นคง กรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2527 ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่475/2532 ลงวันที่ 21 กันยายน 2532 ให้จำเลยไปรักษาการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2532 และมีคำสั่งที่ 519/2532 ลงวันที่ 11 ตุลาคม2532 ให้รับโอนเลื่อนและแต่งตั้งให้จำเลยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2532 โดยในวันเดียวกันนั้นเอง

ได้มีคำสั่งให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งและอัตราเงินเดือนทางสังกัดกรมการปกครองไปสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยกับมีคำสั่งที่ 682/2534 ให้จำเลยไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2534 ตามเอกสารหมาย จ.6 จ.8 ถึง จ.10 เท่านั้น โจทก์มิได้นำสืบข้อเท็จจริงให้ปรากฏเลยว่าจำเลยได้เข้าสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาโดยจำเลยได้รู้อยู่แล้วว่าจำเลยไม่มีคุณสมบัติที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามกฎหมายแต่ประการใดนอกจากนั้นยังได้ความจากตัวโจทก์ นายไพรัตน์ พจน์ชนะชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยนายอวบ มกรเวส อัยการจังหวัดเลย และนายวราพงศ์ จิระวงศ์ประภา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดเลยว่า

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจังหวัดเลยได้ตรวจคุณสมบัติของจำเลยแล้วมีความเห็นว่า จำเลยมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีหนังสือรับรองของกระทรวงมหาดไทยตามเอกสารหมาย จ.4 รับรองว่า จำเลยเคยรับราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2532 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2534 ซึ่งครบกำหนดระยะเวลา 2 ปี อีกด้วย พฤติการณ์การที่จำเลยเข้ารับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาโดยอาศัยหนังสือรับรองดังกล่าวจึงน่าเชื่อว่าจำเลยเข้าใจหรือเชื่อโดยสุจริตว่าจำเลยรับราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลยครบกำหนด 2 ปีแล้ว อันเป็นการเชื่อหรือเข้าใจโดยสุจริตว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะกระทำความผิดต่อกฎหมายโดยเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยรู้แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิอันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541คดีของโจทก์จึงไม่มีมูล ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล และคดีไม่จำเป็นวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้