Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3934/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินได้ที่นายจ้างออกให้เป็นค่าภาษีเงินได้ของลูกจ้าง ก่อนที่จะทราบว่าเป็นเงินได้จำนวนเท่าใด ต้องทราบเสียก่อนว่าลูกจ้างนั้นจะต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินได้พึงประเมินของตนเป็นจำนวนเท่าใด และภาษีเงินได้ซึ่งลูกจ้างจะต้องเสีย หากนายจ้างออกให้ก็ต้องนำมารวมกับเงินได้พึงประเมินเดิมของลูกจ้าง เพื่อถือเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นของลูกจ้างผู้นั้น การที่จำเลยนำเอาจำนวนเงินค่าภาษีเงินได้ที่นายจ้างออกแทนให้นั้นมาคำนวณทุกทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จบ อันเป็นการคำนวณภาษีเงินได้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราภาษีเงินได้ที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ของ ป.รัษฎากรที่ใช้บังคับในขณะนั้น วิธีการคำนวณของจำเลยจึงไม่ชอบ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 40 ป.รัษฎากร มาตรา 50 ป.รัษฎากร มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้เพิกถอนหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ที่ ต.1/1037/1/20952 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่70/2532/1จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาแต่เพียงว่า โจทก์ได้หักภาษีเงินได้ของนายลีโอนาคัส ซี.แรพเคอมา หรือ แรพคีมาร์ กับนายเฮ็นรี โฮเก็นเด็คนำส่งจำเลยครบถ้วนหรือไม่ ข้อเท็จจริงที่คู่ความแถลงรับกันฟังเป็นยุติว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ของนายลีโอนาคัสซี.แรพเคอมาหรือแรพคีมาร์ กับนายเฮ็นรี

โฮเก็นเด็ค ซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์และโจทก์ได้ออกค่าภาษีให้โดยโจทก์ใช้วิธีหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ของบุคคลทั้งสองด้วยการนำเงินในแต่ละปีมาคำนวณภาษี จากนั้นจึงนำจำนวนภาษีบวกกับเงินได้ของบุคคลดังกล่าวแล้วคำนวณภาษีจากเงินได้ที่รวมกันนั้น เป็นเงินภาษีเท่าใดโจทก์ก็นำไปชำระให้จำเลยทั้งสามปีที่พิพาท ส่วนจำเลยมีวิธีการคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย โดยจะต้องนำภาษีที่คำนวณได้ครั้งที่ 2 และครั้งต่อ ๆ ไปมาบวกกับเงินได้แล้วคิดภาษีอีกจนกระทั่งไม่มีจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ซึ่งเมื่อคิดโดยวิธีนี้โจทก์จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน 795,241.60 บาท852,167.12 บาท และ 1,870,545.22 บาท

สำหรับปี 2521, 2522และ 2523 ตามลำดับ และเงินเพิ่มจะเป็นจำนวนตามที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัย ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า วิธีการคำนวณภาษีเงินได้ของโจทก์หรือของจำเลยเป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 50(1) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่พนักงานทั้ง 2 คนของโจทก์ต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับปีที่พิพาทกันบัญญัติว่า"มาตรา 40 เงินได้พึงประเมินนั้น คือเงินได้ประเภทต่อไปนี้(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้านเงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างออกให้เป็นค่าภาษีเงินได้หรือภาษีอากรอื่น

เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ที่ลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระและเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน"จากบทบัญญัติดังกล่าว เห็นได้ว่า เงินได้ที่นายจ้างออกให้เป็นค่าภาษีเงินได้ของลูกจ้างผู้ใดนั้น ก่อนที่จะทราบว่าเป็นเงินได้จำนวนเท่าใด ก็จะต้องทราบเสียก่อนว่า ลูกจ้างผู้นั้นจะต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินได้พึงประเมินของตน (หากนายจ้างมิได้ออกค่าภาษีเงินได้ให้) เป็นจำนวนเท่าใด และภาษีเงินได้ซึ่งลูกจ้างจะต้องเสียจำนวนนี้ หากนายจ้างออกให้ก็จะต้องนำมารวมกับเงินได้พึงประเมินเดิมของลูกจ้างเพื่อถือเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งสิ้นของลูกจ้างผู้นั้น ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 40(1) ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งโจทก์ได้ใช้วิธีการคำนวณดังกล่าวนี้หักภาษีเงินได้ของลูกจ้างทั้งสองของโจทก์และนำส่งจำเลย จึงเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว

ส่วนวิธีคำนวณของจำเลยนั้นเป็นการนำเอาจำนวนเงินค่าภาษีเงินได้ที่นายจ้างออกแทนให้นั้นมาคำนวณทุกทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จบอันเป็นการคำนวณภาษีเงินได้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราภาษีเงินได้ที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้ของประมวลรัษฎากร โดยมาตรา40(1) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น มิได้บัญญัติให้ใช้วิธีการคำนวณดังกล่าวได้ วิธีการคำนวณของจำเลยดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยมาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ก้าน อันนานนท์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4487/2550

ในการรับจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 (5) บัญญัติให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) เฉพาะที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งขายอสังหาริมทรัพย์ให้หักภาษีเงินได้ไว้และมาตรา 52 วรรคสอง ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6203/2549

เงินได้จากการขายทอดตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินได้พึงประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 40 (8) และผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ตามมาตรา 50 (5) (ข) และนำส่งต่อพนักงานเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267933)

สัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาที่จำเลยที่ ตกลงให้โจทก์ที่ 3 ดำเนินการเกี่ยวกับการดัดแปลงอพาร์ตเม้นต์เป็นโรงแรม จัดหาบุคลากรที่เหมาะสมมาทำงานที่โรงแรม และวางแผนการตลาดให้โรงแรมมีกำไร เป็นการทำการอย่างใดอย่างหนึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12104/2547

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยได้ระบุถึงเงินช่วยเหลือที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์ไว้ในข้อ 1 ว่า "โจทก์ตกลงรับเงินช่วยเหลือที่จำเลยเสนอจ่ายเป็นเงิน 3,000,000 บาท โดยจำเลยจะนำเงินจำนวนดังกล่าวมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8685/2543

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงินได้ต้องหักไว้ตามจำนวนที่กำหนดไว้แน่นอนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50(5) แล้วนำส่งต่อพนักงานเจ้าหน้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้