Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3931/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นบัญชีพยานจำเลยในวันสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน บัญชีพยานดังกล่าวอ้างตัวจำเลยทั้งสามซึ่งแม้เป็นกรณีจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ กฎหมายก็ยังให้จำเลยเบิกความเป็นพยานตนเองได้ และปรากฏตามคำร้องของจำเลยว่าเหตุที่ไม่ได้ยื่นบัญชีพยานตามกำหนด เพราะทนายจำเลยติดการประชุมสภาจังหวัด การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีพยาน โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสามจึงชอบแล้ว จำเลยยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วโดยอ้างว่ายังบกพร่องอยู่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์แถลงคัดค้าน แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบ เพิกถอนคำสั่ง แล้วสั่งใหม่ว่าสำเนาให้โจทก์ โจทก์แถลงคัดค้าน เมื่อศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตใหม่ โจทก์ไม่ได้คัดค้านคำสั่งนี้ไว้จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ดังนั้นแม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ก็เป็นการไม่ชอบ ถือว่าไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นหลานเจ้ามรดก มีสิทธิรับมรดกแทนที่มารดาโจทก์ เจ้ามรดกมีที่ดิน 3 แปลงได้ยกให้โจทก์ก่อนเจ้ามรดกตาย โจทก์ครอบครอง ตลอดมาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2 โอนที่ดินทั้ง 3 แปลง แก่ จำเลยที่ 3 ขอให้พิพากษาว่าที่ดินทั้ง 3 แปลงเป็นของโจทก์ และเพิกถอนการโอนระหว่างจำเลย เมื่อทางพิจารณาฟังได้ว่าที่ดินทั้ง 3 แปลงเป็นมรดกและเจ้ามรดกมิได้ยกให้โจทก์แต่โจทก์เป็นทายาท มีสิทธิรับมรดกแทนที่มารดาโจทก์ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนที่ดินระหว่างจำเลยเฉพาะส่วนที่โจทก์มีสิทธิรับมรดก และให้โอนที่ดินที่เพิกถอนนั้นแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนางน้อยผู้เป็นพี่น้องบิดามารดาเดียวกันกับนางสุข นางน้อยถึงแก่ความตายก่อนนางสุข นางสุขถึงแก่ความตายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ ไม่มีสามีโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่มีทายาทอื่นนอกจากโจทก์ซึ่งเป็นหลาน โจทก์มีสิทธิรับมรดกแทนที่มารดาโจทก์ นางสุขมีที่ดินปลูกบ้าน ๑ แปลง ที่นา ๓ แปลง เมื่อประมาณ ๑๐ ปีก่อนฟ้อง นางสุขยกที่ดินปลูกบ้านและที่นาแปลงที่ ๑ กับที่ ๒ ให้แก่โจทก์ แต่ยังไม่ได้โอนทางทะเบียน โจทก์ครอบครองโดยสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของเกิน ๑๐ ปีแล้ว ศาลสั่งตั้งโจทก์จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนางสุข จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โอนที่ดินทั้ง ๓ แปลงแก่จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ ๑ กับนางเที่ยงขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสามเกี่ยวข้องและสั่งว่าการโอนที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงทางทะเบียนแก่จำเลยที่ ๓ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการโอนดังกล่าว

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นสามีนางสุข จำเลยที่ ๒ เป็นหลานนางสุขและเป็นทายาท จำเลยที่ ๓ เป็นบุตรของจำเลยที่ ๑ กับนางสุข ที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงเป็นของจำเลยที่ ๑ ร่วมกับนางสุขไม่เคยยกให้โจทก์ โจทก์เข้าครอบครองในฐานะผู้เช่า มิใช่เจ้าของ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๓ ตามหน้าที่และมติของเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดกได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นางสุขมิได้ยกที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงแก่โจทก์ ที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงเป็นมรดกของนางสุข แต่จำเลยที่ ๓ เป็นบุตรของนางสุขอันเป็นทายาทลำดับ ๑ ส่วนโจทก์เป็นทายาทในลำดับถัดลงไป ไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดก พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาประการแรกว่าการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีพยานและบัญชีพยานเพิ่มเติมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปรากฏตามสำนวนว่าจำเลยยื่นบัญชีพยานจำเลย ฉบับลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๒๖ ในวันสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนนั้น บัญชีพยานดังกล่าวเป็นการอ้างตัวจำเลยทั้งสามซึ่งแม้เป็นกรณีจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ กฎหมายก็ยังให้จำเลยเบิกความเป็นพยานตนเองได้ และปรากฏตามคำร้องของจำเลยว่า เหตุที่ไม่ได้ยื่นบัญชีพยานตามกำหนดเพราะทนายจำเลยติดการประชุมสภาจังหวัด ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีพยานโดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ วรรคสามจึงชอบแล้ว ส่วนบัญชีพยานเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๖ นั้น

จำเลยยื่นภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว โดยอ้างว่ายังบกพร่องอยู่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์แถลงคัดค้าน แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวยังไม่เปิดโอกาสให้โจทก์คัดค้าน ถือว่าไม่ชอบและได้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นสั่งใหม่ว่าสำเนาให้โจทก์ โจทก์แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตโจทก์ไม่ได้คัดค้านคำสั่งนี้จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ดังนั้นแม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ก็เป็นการไม่ชอบ ถือว่าไม่ได้ว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่านางสุขไม่ได้ยกที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงแก่โจทก์ และที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงเป็นมรดกของนางสุข

จำเลยที่ ๓ ไม่ได้เป็นบุตรของนางสุขจึงไม่มีสิทธิรับมรดกของนางสุข นางสุขมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม ๖ คนคือ นายบึ้ง นายบัว นางน้อย นางโม้ว นางแดง และนางสุข บุคคลทั้ง ๖ ถึงแก่ความตายหมดแล้ว ทายาทนางสุขมี ๔ คน คือนางจวงเป็นบุตรนายบึ้งนายอำคาเป็นบุตรนายบัว โจทก์เป็นบุตรนางน้อยซึ่งตายก่อนนางสุขเจ้ามรดกและจำเลยที่ ๒ เป็นบุตรนางแดง ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิรับมรดกของนางสุขแทนที่นางน้อยหนึ่งในสี่ส่วน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาททั้ง ๓ แปลงระหว่างจำเลยทั้งสามเพียงหนึ่งในสี่ส่วนแล้วโอนที่ดินที่เพิกถอนแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สาระ เสาวมล · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสุธี เทพสิทธา
ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้