Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3929/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องโจทก์ตอนต้นได้บรรยายถึงวันเวลาเกิดเหตุ แล้วบรรยายถึงหน้าที่และการกระทำของจำเลยว่า ตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทโจทก์ร่วมจำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และจำเลยที่ 3 เป็นพนักงานขายของตามหน้าที่ ได้ร่วมกันเบียดบังยักยอกเงินจำนวน 898,914.76 บาท ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของจำเลยตามหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ของจำเลยเสียโดยทุจริตแล้วบรรยายถึงสถานที่เกิดเหตุคำบรรยายฟ้องเช่นนี้ จำเลยสามารถเข้าใจข้อหาได้โดยถูกต้องแล้วว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดอย่างไรถึงแม้โจทก์จะมิได้บรรยายว่าเงินที่ถูกยักยอกไปเป็นเงินของแผนกใด และเบียดบังเอาเงินไปโดยวิธีการอย่างใด ฟ้องโจทก์ก็หาเคลือบคลุมไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันยักยอกเงินของผู้เสียหายจำนวน ๘๙๘,๙๑๔.๗๖ บาท ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของจำเลยทั้งสามตามหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ของจำเลยทั้งสามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒,๓๕๓ และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องเคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ในส่วนแพ่งขาดอายุความและเป็นฟ้องเคลือบคลุม ขอให้พิพากษายกฟ้องคดีส่วนแพ่งด้วย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมและจำเลยที่ ๒ ฎีกา ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ ถึงแก่กรรม ศาลฎีกาให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ร่วมมีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ คำฟ้องโจทก์ตอนต้นได้บรรยายถึงวันเวลาเกิดเหตุ แล้วบรรยายถึงหน้าที่และการกระทำของจำเลยว่า ตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทเพชรบุรีจังหวัดพาณิชย์ จำกัด จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นพนักงานขายของบริษัทดังกล่าวตามหน้าที่ ได้ร่วมกันเบียดบังยักยอกเงินจำนวน ๘๙๘,๙๑๔ บาท ๗๖ สตางค์ ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของจำเลยตามหน้าที่ไปเป็นประโยชน์ของจำเลยเสียโดยทุจริต แล้วบรรยายถึงสถานที่เกิดเหตุ

ศาลฎีกาเห็นว่าคำบรรยายฟ้องเช่นนี้ จำเลยสามารถจะเข้าใจข้อหาได้โดยถูกต้องแล้วว่าโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดอย่างไร ถึงแม้โจทก์จะมิได้บรรยายว่าเงินที่ถูกยักยอกไปเป็นเงินของแผนกใด และเบียดบังเอาเงินไปโดยวิธีการอย่างไร ฟ้องโจทก์ก็หาเคลือบคลุมไม่ เพราะสารสำคัญของคำฟ้องอยู่ที่ว่าจำเลยได้ร่วมกันเบียดบังยักยอกเอาเงินของผู้เสียหายหรือโจทก์ร่วม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบและดูแลรักษาของจำเลยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปโดยทุจริตจริงหรือไม่ เป็นจำนวนเงินเท่าใด ซึ่งสารสำคัญเหล่านี้โจทก์ได้บรรยายไว้โดยครบถ้วนแล้ว ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกขึ้นอ้างนั้นเป็นข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบแสดงในชั้นพิจารณา และจำเลยซึ่งนำสืบในภายหลังก็สามารถจะนำสืบแก้ได้อยู่แล้วหาได้เสียเปรียบหรือหลงข้อต่อสู้แต่อย่างใดไม่

ดังนี้คำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) แล้ว ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยไม่ได้วินิจฉัยถึงเนื้อหาแห่งคดีว่าจำเลยได้กระทำผิดดังฟ้องโจทก์หรือไม่ จึงไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาในปัญหาที่ยังไม่ได้วินิจฉัยใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สังขนันท์ · อุดม บรรลือสินธุ์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายกู้เกียรติ สุนทรบุระ
ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้