Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3924/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในเขตป่าสงวนแห่งชาติแต่เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาในหนังสืออนุญาตแล้วสิทธิการทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยของโจทก์ตามเงื่อนไขของกฎหมายย่อมสิ้นสุดไปแล้วจำเลยที่1จึงมีสิทธิเข้าไปทำประโยชน์ได้ทั้งกรณีมิใช่เป็นการยกสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้ระหว่างราษฎรด้วยกันแต่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่1ที่เป็นส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐจึงมีผลเท่ากับโจทก์อ้างสิทธิครอบครองมาใช้ยันรัฐนั่นเองซึ่งโจทก์ไม่อาจกระทำได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่1โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ระหว่างที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว จำเลยทั้งสองตัดถนนบุกรุกเข้าไปในเขตที่ดินของโจทก์ ทำให้ที่นาของโจทก์เสียหายขาดประโยชน์จากการทำนาปีละ 20,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อและปรับสภาพถนนให้เป็นที่นาตามเดิม หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมกระทำให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการแทนโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ปีละ 20,000 บาท นับแต่ปี 2533 เป็นต้นไป จนกว่าโจทก์จะสามารถกลับเข้าทำนาได้จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์เป็นเพียงผู้ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อมีผู้บุกรุกเข้าไปทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ จึงเป็นการกระทำความผิดต่อรัฐโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองชี้แจงให้โจทก์ทราบแล้วโจทก์มิได้คัดค้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะจังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลก่อสร้างถนนพิพาทจึงมีอำนาจจะเพิกถอนหนังสืออนุญาต สทก.1 ของโจทก์บางส่วนได้การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ค่าเสียหายไม่เกิน 500 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนออกไปจากที่ดินพิพาทและปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นที่นา ให้จำเลยที่ 1ใช้ค่าเสียหายเป็นเงินปีละ 10,000 บาท แก่โจทก์ นับแต่ปี 2533เป็นต้นไปจนกว่าจะรื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่แล้วเสร็จ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โจทก์ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในที่ดินพิพาทตามหนังสืออนุญาตสทก.1 เอกสารหมาย จ.1 มีกำหนดระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 1 ตุลาคม2527 ถึง 1 ตุลาคม 2532 ในปี 2533 จำเลยที่ 1 ก่อสร้างถนนมาตรฐาน รพช. สายบ้านไทร-กิ่งอำเภอลำดวน เชื่อมระหว่างอำเภอลำดวนกับ อำเภอศีขรภูมิ เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไปผ่านที่ดินพิพาทปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อแรกว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 รื้อและปรับสภาพถนนให้คืนสภาพเดิมหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติพ.ศ. 2507 มาตรา 16 บัญญัติว่า "อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจอนุญาตให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้ ในกรณีดังต่อไปนี้(1) การเข้าทำประโยชน์หรืออาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติคราวละไม่น้อยกว่าห้าปีแต่ไม่เกินสามสิบปี ฯลฯ"โจทก์เป็นผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในเขตป่าสงวนแห่งชาติตามหนังสืออนุญาต สทก.1 ตามเงื่อนไขของมาตรา 16 อันเป็นข้อยกเว้นของมาตรา 14 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งบัญญัติว่า "ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ฯลฯ" เมื่อปรากฎว่าจำเลยที่ 1 ก่อสร้างถนนในปี 2533 อันเป็นเวลาหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาในหนังสืออนุญาต สทก.1 ของโจทก์ สิทธิการทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนของโจทก์ตามเงื่อนไขของกฎหมายย่อมสิ้นสุดไปแล้ว ทั้งกรณีมิใช่เป็นการยกสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้ระหว่างราษฎรด้วยกัน แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1ที่เป็นส่วนราชการและเป็นหน่วยงานของรัฐจึงมีผลเท่ากับโจทก์อ้างสิทธิครอบครองมาใช้ยันรัฐนั่นเอง ซึ่งโจทก์ไม่อาจกระทำได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ฯ มาตรา 16 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.พ.พ. มาตรา 1306 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 16

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ฎีกาจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังขึ้นกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 อีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เสียด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำลอง สุขศิริ · สุทธิ นิชโรจน์ · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5278/2537

พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 บัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือหรือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อันเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับระหว่างรัฐกับราษฎร เป็นผลให้ราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2562

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อก่อสร้างอาคารและดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ และโจทก์ได้รับมอบสถานที่เช่าตามสัญญาแล้ว โดยข้อ 7 วรรคสอง กำหนดเป็นหน้าที่ของผู้เช่าต้องสำรวจศึกษาพื้นที่โครง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9797/2558

การประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 26 แม้ทำให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้