Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 มิได้บัญญัติให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาคืนแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฐานโกงเจ้าหนี้ ฟ้องไม่ปรากฏว่าในการที่จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2, 3 นั้น จำเลยได้กระทำโดยรู้ว่าเจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ไม่ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการโดยขอถือเอาคำฟ้องของอัยยการเป็นคำฟ้องของโจทก์ร่วมด้วย ฉะนั้น เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง จึงหมายความว่าได้ยกฟ้องของโจทก์ร่วมด้วย ศาลจึงใช้ดุลพินิจกำหนดให้โจทก์ร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยได้ แม้จะไม่ได้วินิจฉัยคดีทางแพ่งด้วยก็ตาม เมื่อโจทก์นำสืบ จำเลยมิได้ถามค้านความข้อใดไว้ แล้วจำเลยมานำสืบพิสูจน์ภายหลังในความข้อนั้น โจทก์ก็ชอบที่จะโต้แย้งและขอให้ศาลจดข้อโต้แย้งนั้นไว้ การที่โจทก์เพิ่งมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์จึงต้องห้าม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินนางสมจิตต์ วุฒิเสถียรไป ๓๐,๐๐๐ บาท และนำใบแทนใบสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินกับสำเนาหนังสือสัญญาขายท่ดินหนึ่งแปลงมอบให้เป็นประกัน เมื่อถึงกำหนดชำระต้นเงินคืน จำเลยที่ ๑ ขอผัดผ่อน นางสมจิตต์ก็ยอมให้ผัด ต่อมานางสมจิตต์พูดกับจำเลยทั้งสามว่า ที่ดินที่จำเลยท่ ๑ นำมาประกันเงินกู้ไว้นั้น ถ้าจำเลยที่ ๒, ๓ จะรับซื้อไว้ก็ขอให้บอกด้วย เพื่อได้มาคัดค้านหรือขอรับชำระหนี้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ บังอาจโอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒, ๓ โดยไม่ได้บอกกล่าวให้นางสมจิตต์ทราบ ทั้งนี้ โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเจตนาเพื่อจะมิให้นางสมจิตต์ได้รับชำระหนี้หรือใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ โดยจำเลยที่ ๑ ไม่มีที่ดินแห่งใดอีก

นางสมจิตต์ร้องทุกข์แล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐, ๘๓ และขอให้จำเลยทั้งสามใช้ต้นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่นางสมจิตต์ด้วย นางสมจิตต์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการโอยเสียค่าธรรมเนียมเป็นคดีอาญาสินไหม ขอถือเอาคำฟ้องของอัยการเป็นฟ้องของผู้เสียหายด้วย ศาลอนุญาต จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้ว่า เมื่อหนี้ถึงกำหนด โจทก์ร่วมยอมให้เลื่อนกำหนดชำระไปโดยไม่จำกัดเวลา และจากนั้นก็มิได้บอกกล่าวกำหนดเวลาให้ชำระหนี้ การโอนขายของจำเลยที่ ๑ ให้จำเลยที่ ๒ เป็นไปโดยสุจริต จำเลยที่ ๒ ให้การว่า รับซื้อที่ดินไว้โดยสุจริต มิได้เจตนามิให้โจทก์ร่วมได้รับชำระหนี้ จำเลยที่ ๓ ให้การว่า มิได้เป็นผู้รับโอนหรือรับโอนทรัพย์จากจำเลยที่ ๑

จำเลยทั้งสามให้การด้วยว่า อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกต้นเงินกู้และดอกเบี้ยแทนผู้เสียหายและฟ้องไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและให้โจทก์ร่วมเสียค่าทนาย ๕๐๐ บาท กับค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาในข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติความผิดฐานฉ้อโกง และความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ไว้ต่างหมวดกัน มิได้รวมไว้ในหมวดเดียวกันดังกฎหมายลักษณะอาญา และความผิดฐานฉ้อโกงกับฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามีองค์ประกอบความผิดต่างกันด้วย จึงเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ มิได้บัญญัติให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาคืนแทนผู้เสียหายในคดีอาญาฐานโกงเจ้าหนี้ ฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่า ในการซื้อขายที่ดินนั้น จำเลยได้กระทำโดยรู้ว่าเจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ไม่ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ คดีนี้ โจทก์ร่วมได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ โดยขอถือเอาคำฟ้องของอัยการเป็นคำฟ้องของโจทก์ร่วมด้วย ฉะนั้น เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องจึงหมายความว่าได้ยกฟ้องของโจทก์ร่วมด้วย ศาลจึงอาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้โจทก์ร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยได้ แม้จะไม่ได้วินิจฉัยคดีทางแพ่งด้วยก็ตาม

ที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า เมื่อโจทก์นำสืบ จำเลยมิได้ถามค้านเรื่องจำเลยได้นำเงินไปผ่อนชำระให้โจทก์ แล้วจำเลยมานำสืบพิสูจน์ภายหลังจึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๙ นั้น เห็นว่าเป็นการโต้แย้งการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ชอบที่โจทก์ร่วมจะขอให้ศาลจดข้อโต้แย้งนั้นไว้ การที่โจทก์ร่วมเพิ่งมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์เช่นนี้ จึงต้องห้ามตามมาตรา ๒๒๖ (๒)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายกำจร ปัทมานันท์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถวุฒิวรวาจก์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1528/2537

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามลักทรัพย์โจทก์ร่วมไปหลายรายการขอให้ลงโทษและขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงินจำนวน 664,945บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3ลักทรัพย์โจทก์ร่วมไปบางรายการ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2496 (เลขอ้างอิง 51493)

การที่จะฟังว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริง ฉะนั้นถ้าจำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือให้การปฏิเสธว่าพนักงานสอบสวนนั้นไม่มีอำนาจเช่นนั้นแล้ว จนเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจำเลยจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2568

คดีนี้โจทก์มีอำนาจเรียกราคาใช้แทนรถจักรยานยนต์แทน ซึ่งโจทก์ร่วมสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของจำเลยโดยตรงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 และมาตรา 44 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2289/2568

โจทก์มิได้มีคำขอให้จำเลยคืนแหวนหรือใช้ราคาแทนให้แก่โจทก์ร่วม เนื่องจากแหวนดังกล่าวอยู่ในครอบครองของผู้รับจำนำ ซึ่งยังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการไถ่ถอนการจำนำก่อนส่งมอบคืน แม้ว่าคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์ร่วมจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2562

โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอาศัยสิทธิการเป็นเจ้าหนี้ของ ส. ตามสัญญากู้ยืมเงิน เมื่อ ส. ถึงแก่ความตาย สิทธิหน้าที่และความรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาททุกคนของ ส. โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องตามส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้