Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3919/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ว่าตราประทับของบริษัทจำเลยที่ 1 ที่ใช้ประทับในสัญญาจะมิใช่ตราสำคัญที่บริษัทจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่ก็เป็นตราที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้ในการทำธุรกรรมทางการค้ากับโจทก์ตลอดมาเป็นเวลานานประมาณ 10 ปี เมื่อจำเลยที่ 1 ได้เข้ารับเอาประโยชน์ตามสัญญาแล้ว การทำสัญญาดังกล่าวจึงสมประโยชน์จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันและรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งแปดร่วมกันชำระหนี้ตามคำฟ้องโจทก์ให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 75,738,088.14 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 21.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 59,632,472.72 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น หากจำเลยทั้งแปดไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้บังคับคดีและบังคับจำนองยึดทรัพย์จำนองตามคำฟ้องและทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งแปดออกขายทอดตลาดแล้วเอาเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยทั้งแปดให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชำระเงินจำนวน 75,738,088.14 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินอัตราสูงสุดที่กำหนดไว้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศธนาคารโจทก์แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 21.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 59,632,472.72 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งแปดไม่ชำระหนี้ดังกล่าวหรือชำระไม่ครบ ให้ยึดทรัพย์สินที่จำเลยที่ 3 จำนองไว้และทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งแปดออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาชำระแก่โจทก์จนกว่าจะครบถ้วน และให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดเป็นค่าทนายความ 200,000 บาท

จำเลยทั้งแปดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำเลยที่ 1 และที่ 5 จำเลยที่ 2 ได้กระทำการแทนจำเลยที่ 1 ในการขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตต่อโจทก์และทำสัญญาทรัสต์รีซีททุกฉบับกับโจทก์ แต่ตราประทับของบริษัทจำเลยที่ 1 และที่ 5 ที่จำเลยที่ 2 ใช้ประทับในสัญญาทั้งหมดนั้นมิใช่ตราสำคัญที่บริษัทจำเลยที่ 1 และที่ 5 ได้จดทะเบียนไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 จะทำคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตหรือคำขออื่นต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 จะต้องทำคำขอโดยมีการประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 1 มาก่อน แล้วจึงนำมาเสนอต่อโจทก์ และตราประทับที่จำเลยที่ 1 ใช้นี้ก็ปรากฏว่าเป็นตราที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้ในการทำธุรกรรมทางการค้ากับโจทก์ตลอดมาก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นเวลานาน โดยจำเลยที่ 2 ได้เบิกความตอบโจทก์ถามค้านยอมรับว่า

จำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าธนาคารโจทก์โดยติดต่อกับโจทก์มานานประมาณ 10 ปี ในกิจการที่เกี่ยวกับการขายตั๋วแลกเงินต่างประเทศ การเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต การทำสัญญาทรัสต์รีซีท และการกู้เบิกเงินเกินบัญชีก็ได้ทำต่อเนื่องมาก่อนที่จะมีการฟ้องคดีนี้ด้วย โดยใช้ตราประทับเดียวกันกับที่ให้ไว้แก่ธนาคารโจทก์และเป็นตราประทับเดียวกันกับตราประทับในสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 ได้เข้ารับเอาประโยชน์ตามสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทตามคำฟ้องดังกล่าวแล้ว การทำสัญญาดังกล่าวจึงสมประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ทุกประการ จำเลยที่ 1 จึงต้องผูกพันตามสัญญาทรัสต์รีซีทอันเป็นสัญญาซึ่งต่อเนื่องกับสัญญาเลตเตอร์ออฟเครดิตตามคำฟ้องและต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาดังกล่าว?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชำระหนี้โดยคำนวณยอดหนี้ใหม่? นอกจากที่แก้ซึ่งได้แก่การบังคับคดีเอาจากทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นและความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา ประสงค์จรรยา · กำพล ภู่สุดแสวง · สมศักดิ์ เนตรมัย
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายสุนัย มโนมัยอุดมศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้