Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3916/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ปลูกอยู่บนที่ดินของจำเลยที่ 2 การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ 2 ในส่วนที่เป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวด้วย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินจากจำเลยที่ 2 ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยที่ดินส่วนดังกล่าวซึ่งมิใช่เป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 288 สำหรับสิ่งปลูกสร้างที่ผู้ร้องรับจำนองไว้จากจำเลยที่ 1 นั้น ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 เจ้าพนักงานบังคับคดีมีสิทธิที่จะยึดและนำออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาได้ ผู้ร้องชอบที่จะขอรับชำระหนี้จำนองจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดก่อนเจ้าหนี้อื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 หรือหากผู้ร้องไม่ขอรับชำระหนี้จำนอง สิทธิจำนองของผู้ร้องซึ่งอาจร้องขอให้บังคับเหนือสิ่งปลูกสร้างนั้นก็ไม่ถูกกระทบกระทั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยสิ่งปลูกสร้างนั้น

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าชำระหนี้ไถ่จำนองระหว่างการพิจารณาจำเลยที่ ๒ ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ เมื่อพิจารณาคดีแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ร่วมรับผิดด้วยตามส่วน ต่อมาจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินรวม ๓ แปลงและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินแปลงหนึ่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในที่ดินแปลงหนึ่งและสิ่งปลูกสร้างโดยเป็นผู้รับจำนองที่ดินจากจำเลยที่ ๒ และรับจำนองสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินคืออาคารโรงงานและอาคารสำนักงานจากจำเลยที่ ๑ ที่ดินแปลงดังกล่าวของจำเลยที่ ๒ ติดกับที่ดินของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ โจทก์ได้นำชี้แนวเขตที่ดินให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของจำเลยที่ ๒ ซึ่งจำนองผู้ร้องไว้ กับให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดอาคารโรงงานและอาคารสำนักงานของจำเลยที่ ๑ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินที่ยึดล้ำเข้าไปและติดจำนองผู้ร้องไว้

ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดสอบเขตที่ดิน น.ส.๓ ทั้งสองแปลงก่อนขายทอดตลาดกับให้การยึดของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีผลบังคับเหนือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินส่วนของจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง ถึงวันนัดได้สั่งงดการไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องผู้ร้องกล่าวอ้างว่าที่ดิน น.ส.๓ ของจำเลยที่ ๑ และที่ดิน น.ส.๓ ของจำเลยที่ ๒ มีอาณาเขตติดต่อกัน ที่ดินของจำเลยที่ ๑ อยู่ทางทิศตะวันตก ที่ดินของจำเลยที่ ๒ อยู่ทางด้านทิศตะวันออกจำเลยที่ ๑ ก่อสร้างอาคารโรงงานและอาคารสำนักงานบนที่ดินของจำเลยที่ ๒ ด้านที่อยู่ติดต่อกับที่ดินของจำเลยที่ ๑ ด้านทิศเหนือจากแนวเขตติดต่อไปทางทิศตะวันออกยาว ๒๘ วา และด้านทิศใต้จากแนวเขตติดต่อไปทางทิศตะวันออกยาว ๔๐ วา จำเลยที่ ๒ จำนองที่ดินแปลงดังกล่าวไว้แก่ผู้ร้อง และจำเลยที่ ๑ จำนองอาคารโรงงานและอาคารที่ทำการบริษัทซึ่งปลูกสร้างอยู่บนที่ดินของจำเลยที่ ๒ ไว้แก่ผู้ร้องด้วย ส่วนข้อเท็จจริงตามฟ้องของโจทก์ปรากฏว่า

จำเลยที่ ๑จำนองที่ดินแปลงที่อยู่ติดต่อกับที่ดินของจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างไว้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ พร้อมด้วยอาคารโรงงานและอาคารที่ทำการบริษัท ซึ่งรวมทั้งที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารโรงงานและอาคารที่ทำการบริษัทด้วย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สำหรับที่ดินหากข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำร้องของผู้ร้องว่า สิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้คือ อาคารโรงงานและอาคารที่ทำการบริษัทปลูกอยู่บนที่ดินของจำเลยที่ ๒ การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๒ ในส่วนที่เป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวด้วย

ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองที่ดินจากจำเลยที่ ๒ ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ปล่อยที่ดินส่วนดังกล่าวซึ่งอ้างว่ามิใช่ทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๘ ชอบที่ศาลจะต้องทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้องในส่วนนี้เสียก่อน สำหรับอาคารโรงงานและอาคารที่ทำการบริษัทของจำเลยที่ ๑ แม้จะปลูกสร้างบนที่ดินของจำเลยที่ ๒ และผู้ร้องรับจำนองสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้จากจำเลยที่ ๑ สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวก็ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีมีสิทธิที่จะยึดและนำออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาได้

ผู้ร้องชอบที่จะขอรับชำระหนี้จำนองจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ ๑ ก่อนเจ้าหนี้อื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ หรือหากผู้ร้องไม่ขอรับชำระหนี้จำนอง สิทธิจำนองของผู้ร้องซึ่งอาจร้องขอให้บังคับเหนือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวก็ไม่ถูกกระทบกระทั่งแต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลยที่ ๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีและพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ เฉพาะที่ดินส่วนที่เป็นที่ตั้งของอาคารโรงงานและอาคารที่ทำการบริษัทของจำเลยที่ ๑

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · แถมชัย สิทธิไตรย์ · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้