Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3915/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เช็คพิพาททั้งสองฉบับจำเลยชำระให้แก่โจทก์ก่อนเลิกสัญญากันถือได้ว่าเป็นค่าเช่าซื้อที่โจทก์ได้รับชำระไว้แล้วด้วยเช็คแทนเงินหาใช่ค่าเช่าซื้อที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระและค้างชำระแม้เช็คดังกล่าวจะรับเงินไม่ได้ มูลหนี้ตามเช็คยังคงมีอยู่ไม่ระงับไปจนกว่าจะได้ใช้เงินตามเช็คนั้นแล้ว ดังนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 321

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินตามเช็คทั้งสองฉบับพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยเช่าซื้อรถแทรกเตอร์จากโจทก์ 1 คันในราคา 450,000 บาท เช็คตามฟ้องทั้งสองฉบับเป็นเช็คที่จำเลยออกเพื่อชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดสุดท้าย เมื่อโจทก์ยึดรถแทรกเตอร์คืนไปแล้ว โจทก์จะต้องคืนเช็คดังกล่าวให้จำเลย แต่ไม่คืนให้กลับนำเช็คที่รู้อยู่ว่าไม่มีมูลหนี้มาเรียกร้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ โจทก์นำเช็คไปสลักหลังขายลดให้แก่ธนาคารกรณีเป็นเรื่องโจทก์ผู้สลักหลังฟ้องไล่เบี้ย ผู้สั่งจ่ายมีอายุความ6 เดือน ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า

โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาททั้งสองฉบับหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเดิมจำเลยเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ไปจากโจทก์ 1 คัน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2526 ในราคา 450,000บาท ชำระในวันทำสัญญา 100,000 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นงวด งวดละ 50,000 บาท รวม 7 งวด โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ล่วงหน้าให้แก่โจทก์ไว้ เช็คงวดแรกลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2526งวดต่อไปทุกวันที่ 25 ของเดือนถัดไป ปรากฎตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ เอกสารหมาย จ.2 เมื่อเช็คงวดแรกถึงกำหนดโจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฎิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงยึดรถแทรกเตอร์คืน ต่อมาจำเลยนำเงินค่าเช่าซื้องวดแรกกับค่าเสียหายอีก 20,000 บาท รวม 70,000 บาท

ไปชำระให้โจทก์และมีบุคคลอื่นไปทำสัญญาค้ำประกันไว้โจทก์จึงมอบรถให้จำเลยไปสำหรับเช็คงวดต่อมาธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับจำเลยเคยนำเงินไปชำระให้โจทก์อีกสองครั้ง เป็นเงิน 30,000 บาทกับ 20,000 บาท และออกเช็คเพื่อชำระหนี้ไว้ คือเช็คพิพาท 2 ฉบับจำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2527 และ25 มีนาคม 2527 ปรากฎตามเอกสารหมาย จ. 5 จ. 6 ตามลำดับนอกจากนี้ยังมีเช็คของนายสัมฤทธิ์ เกาะทอง ซึ่งจำเลยนำไปชำระหนี้ให้โจทก์ไว้อีก 3 ฉบับ จำนวนเงินฉบับละ 50,000 บาท เช่นกันคือเช็คเอกสารหมาย จ.8, จ.9, จ.7 ลงวันที่ 25 เมษายน 252725 พฤษภาคม 2527 และ 25 มิถุนายน 2527 ตามลำดับ สำหรับเช็คพิพาทหมาย จ.5, จ.6 นั้นโจทก์ไปขายลดให้แก่ธนาคารกรุงเทพจำกัด

สาขาพลับพลาไชย เมื่อเช็คถึงกำหนดธนาคารกรุงเทพ จำกัดเรียกเก็บเงินไม่ได้เพราะธนาคารตามเช็คปฎิเสธการจ่ายเงินโจทก์จึงนำเงินไปชำระให้ธนาคารแล้วรับเช็คคืนมา ต่อมาวันที่5 พฤษภาคม 2527 โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาและจำเลยได้รับไว้แล้ว ปรากฎตามเอกสารหมาย จ.10, จ.11 หลังจากนั้นโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยเรียกให้ชำระหนี้ตามเช็คทั้งสองฉบับตามเอกสารหมาย จ.15, จ.16 แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเช็คทั้งสองฉบับมาเป็นมูลฟ้องในคดีนี้ ส่วนเช็คเอกสารหมาย จ.7 ถึง จ.9 โจทก์นำไปเรียกเก็บเงินและธนาคารตามเช็คปฎิเสธการจ่ายเงินเช่นกันพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เดิมจำเลยชำระหนี้ค่าเช่าซื้อด้วยเช็คเป็นงวดแต่รับเงินตามเช็คไม่ได้ สัญญาย่อมเลิกกันตามสัญญาเอกสารหมาย

จ.2 ข้อ 6 โจทก์จึงได้เข้าครอบครองรถแทรกเตอร์ที่ให้เช่าซื้อ แต่ต่อมาเมื่อจำเลยนำเงินไปชำระหนี้และโจทก์ยอมรับชำระรวมทั้งรับเช็คพิพาททั้งสองฉบับไว้โดยยอมให้จำเลยรับรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อคืนไป จึงถือได้ว่าโจทก์จำเลยยังคงตกลงปฎิบัติตามสัญญาเช่าซื้อต่อไป โดยโจทก์สละข้อตกลงเลิกสัญญาดังกล่าวแล้ว จนกระทั่งเช็คพิพาททั้งสองฉบับเรียกเก็บไม่ได้ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาตามเอกสารหมาย จ.10 สัญญาเช่าซื้อจึงเลิกกันนับแต่นั้น ดังนั้น เมื่อเช็คพิพาททั้งสองฉบับจำเลยชำระให้แก่โจทก์ก่อนเลิกสัญญากัน ถือได้ว่าเป็นค่าเช่าซื้อที่โจทก์ได้รับชำระไว้แล้วด้วยเช็คแทนเงิน หาใช่ค่าเช่าซื้อที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระและค้างชำระอยู่ดังที่จำเลยอ้างไม่

แม้เช็คดังกล่าวจะรับเงินไม่ได้มูลหนี้ตามเช็คยังคงมีอยู่ไม่ระงับไปจนกว่าจะได้เงินตามเช็คนั้นแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดใช้หนี้ตามเช็คดังกล่าว ทั้งนี้ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 321 ฉะนั้น เมื่อโจทก์นำเช็คทั้งสองฉบับไปขายลดไว้กับธนาคารและธนาคารเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ โจทก์ได้นำเงินไปชำระให้แก่ธนาคารและรับเช็คคืนมา โจทก์จึงกลับเป็นผู้ทรงมีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินตามเช็คสองฉบับจำนวน 100,000บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงินถึงวันฟ้องเป็นเงินไม่เกิน 20,023.97 บาทและดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · สวิน อัขรายุธ · ชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้