Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3907/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อความในหนังสือมอบอำนาจระบุชัดว่าให้ยื่นฟ้อง "อธิบดีกรมที่ดิน" โดยเฉพาะข้อความต่อไปที่ว่า 'ในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่' และ ' ได้ปฏิบัติและละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ไปในทางมิชอบในขณะที่ ดำรงตำแหน่งอยู่' แสดงให้เห็นว่าให้ยื่นฟ้องบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่าประสงค์ให้ฟ้องกรมที่ดิน ในฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งต้องรับผิดในความเสียหายที่ผู้จัดการหรือ ผู้แทนอื่น ๆ ได้ก่อให้เกิดขึ้นที่โจทก์อ้าง ว่ามีเจตนาให้ฟ้องกรมที่ดินนั้น เห็นว่าความดังกล่าวแปลได้เพียงว่าเป็นการมอบอำนาจให้ฟ้อง ผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดินในฐานะตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น ผู้รับมอบอำนาจไม่มีอำนาจฟ้องกรมที่ดิน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายวิรัตน์ มีบุบผา ฟ้องคดีนี้จำเลยที่ ๑ รับราชการสังกัดกรมที่ดิน ตำแหน่งที่ดินอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จำเลยที่ ๒ รับราชการสังกัดกรมการปกครอง ตำแหน่งนายอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จำเลยที่ ๓ เป็นกรมสังกัดกระทรวงมหาดไทย เป็นนิติบุคคล จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายที่ดินแทนจำเลยที่ ๓ ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยรับจดทะเบียนการซื้อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จำนวน ๔ แปลงให้แก่โจทก์ผู้ซื้อกับเจ้าของที่ดินผู้ขาย แล้วต่อมาทางอำเภอบางละมุงได้มีหนังสือแจ้งมายังโจทก์ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทั้งสี่แปลงดังกล่าวว่าออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของกรมที่ดิน

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายที่ได้ชำระค่าที่ดินให้ผู้ขายไป ๘,๖๐๐,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและใช้ความระมัดระวังตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ไม่ได้ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ได้ลงนามในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินที่เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอบางละมุง เสนอมาตามระเบียบแบบแผนที่เคยปฏิบัติไม่ได้ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ตามหนังสือมอบอำนาจไม่ปรากฏว่าให้ฟ้องจำเลยที่ ๓ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ มิได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ และมิได้เป็นตัวแทนตัวการกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจระบุมอบอำนาจให้ฟ้องอธิบดีกรมที่ดินหาได้ระบุให้ฟ้องกรมที่ดินจำเลยที่ ๓ ไม่ และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มิได้ประมาทเลินเล่อพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.๑ มีข้อความว่า"ขอมอบอำนาจให้นายวิรัตน์ มีบุบผา ยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินค่าซื้อที่ดินตาม น.ส.๓ ก. ดังกล่าวข้างต้นคืนจาก (๑) นายอนุชัย ดุลยประศาสน์ ที่ดินอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี (๒) นายอุทัย ใจหงษ์ นายอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี (๓) อธิบดีกรมที่ดิน กรุงเทพมหานคร รวม ๓ คน ในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดการดูแลกิจการและรักษาทะเบียนที่ดิน กับกิจการอื่น ๆ เกี่ยวกับการทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ถูกต้องตามระเบียบและเป็นไปตามกฎหมายที่ดิน ได้ปฏิบัติและละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ไปในทางมิชอบในขณะดำรงตำแหน่งอยู่ ในขณะที่ทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ได้กระทำการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" เห็นว่า ข้อความในหนังสือมอบอำนาจระบุชัดว่าให้ยื่นฟ้อง"อธิบดีกรมที่ดิน" โดยเฉพาะข้อความต่อไปที่ว่า "ในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่"และ "ได้ปฏิบัติและละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ไปในทางมิชอบในขณะดำรงตำแหน่งอยู่" แสดงให้เห็นว่าให้ยื่นฟ้องบุคคลที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่าความประสงค์ให้ฟ้องกรมที่ดินในฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งต้องรับผิดในความเสียหายที่ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ได้ก่อให้เกิดขึ้น ที่โจทก์ฎีกาอ้างว่าหนังสือมอบอำนาจได้ระบุชื่อ นามสกุล จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ชัดแจ้ง แต่สำหรับจำเลยที่ ๓ คงระบุเพียงว่า "อธิบดีกรมที่ดิน" แสดงว่าโจทก์มีเจตนาให้ฟ้องกรมที่ดิน นั้นเห็นว่า ความดังกล่าวแปลได้เพียงว่าเป็นการมอบอำนาจให้ฟ้องผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดินในฐานะตำแหน่งหน้าที่ทางราชการเท่านั้น ผู้รับมอบอำนาจไม่มีอำนาจฟ้องกรมที่ดินเป็นจำเลยที่ ๓ ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · มาโนช เพียรสนอง · เพียร สุมิระ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสมิทธิ์ วราอุบล
ศาลอุทธรณ์ - นายประพันธ์ ผลฉาย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2567

ตามระเบียบของผู้ร้องกำหนดให้การลงลายมือชื่อของผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ร้อง รวมทั้งหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีหรือแต่งตั้งทนายความ ต้องประทับตราผู้ร้อง และที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการของผู้ร้องมีมติมอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2563

โจทก์จัดทำหนังสือมอบอำนาจในวันเดียวกันหลายฉบับ แต่โจทก์แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจมาท้ายฟ้องคดีนี้ผิดพลาดอันถือเป็นข้อบกพร่องเล็กน้อย ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์เสียไป เมื่อโจทก์ขอแก้ฟ้องก่อนลงมือสืบพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2512/2557

ตามหนังสือมอบอำนาจ โจทก์มอบอำนาจให้ อ. ดำเนินคดีแทนโจทก์ โดยระบุให้ อ. มีอำนาจทำการแทนโจทก์ในกิจการต่างๆ รวม 10 ข้อ โดยเฉพาะข้อ 10 ระบุว่า ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจแต่งตั้งผู้รับมอบอำนาจช่วง และให้ผู้รับม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8404/2556

การที่คู่ความแต่งตั้งทนายความให้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 เป็นการตั้งตัวแทนตาม ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 15 ว่าด้วยตัวแทน เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงแก่กรรม ทนายจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจแล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้