Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3901/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาตกลงกับโจทก์ให้โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเพิ่มจากร้อยละ 12.5 ต่อปี เป็นร้อยละ 15 ต่อปี และร้อยละ18 ต่อปี แม้เป็นการเพิ่มดอกเบี้ยย้อนหลัง แต่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาในทางแพ่งซึ่งทำขึ้นระหว่างธนาคารโจทก์กับจำเลยอันเป็นคู่สัญญา มิได้มีผลผูกพันถึงบุคคลภายนอก ทั้งวัตถุประสงค์ของสัญญาก็ไม่ต้องห้ามโดยกฎหมาย ดังนี้ สัญญาดังกล่าวใช้บังคับได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้กับโจทก์ สาขาเยาวราช วงเงิน 2,000,000 บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละ 12.5 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่ 1 ของเดือน และยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ตามประเพณีทางการค้าของโจทก์และตกลงใช้บัญชีเลขที่ 13777 เป็นบัญชีเดินสะพัดต่อมาวันที่ 17 มิถุนายน 2523 จำเลยตกลงให้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2522 จนถึงวันที่ 15มกราคม 2523 เป็นต้นไปได้มีการต่ออายุสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีออกไป 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 11 กรกฎาคม 2524กับได้รับรองยอดหนี้ว่า เพียงวันที่ 29 สิงหาคม 2523 จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 2,059,287.16 บาท เพื่อเป็นประกันหนี้ดังกล่าวจำเลยได้จำนองที่ดินไว้กับโจทก์เป็นเงิน 900,000 บาท

ดอกเบี้ยร้อยละ 12.5 ต่อปี และจำนองเครื่องจักร 13 เครื่อง ไว้กับโจทก์ 2 ครั้ง ครั้งแรก 1,100,000 บาท และครั้งที่สอง200,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 12.5 ต่อปี ทั้งสองครั้ง หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอใช้หนี้จำเลยยอมรับผิดใช้หนี้ให้โจทก์จนครบ ตั้งแต่ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีแล้วจำเลยเบิกเงินและนำเงินเข้าบัญชีหลายครั้งเพียงวันที่ 23 พฤษภาคม 2526จำเลยเป็นหนี้โจทก์ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย 3,256,239.21 บาทโจทก์ทวงถามและแจ้งการบังคับจำนองไปยังจำเลยแล้ว จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 3,256,239.21 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาด

หากขายทอดตลาดได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาด เอาเงินชำระหนี้โจทก์จนครบจำเลยให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุม เพราะไม่ได้บรรยายให้เห็นว่า หนี้ตามฟ้องมีมูลหนี้จากอะไร จำเลยรับเงินจากโจทก์เมื่อใด จำนวนเท่าใด จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 เป็นเอกสารปลอม จำเลยไม่เคยยินยอมให้คิดดอกเบี้ยตามที่โจทก์กล่าวอ้าง และไม่เคยได้รับหนังสือทวงถามและแจ้งการบังคับจำนอง หากจะมีหนังสือทวงถามและแจ้งบังคับจำนองก็เป็นหนังสือที่ออกโดยผู้ไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน2,174,800.86 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้น และดอกเบี้ยธรรมดาไม่ทบต้น

หากไม่ใช้ให้ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองตามฟ้องขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้แก่โจทก์ หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอใช้หนี้ ให้จำเลยรับผิดใช้หนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน1,997,411.58 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยทบต้นทุกเดือน และดอกเบี้ยธรรมดาแบบไม่ทบต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประเด็นที่สอง โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเพิ่มจากร้อยละ 12.5 ต่อปี เป็นร้อยละ 15 ต่อปี และร้อยละ 15 ต่อปี และร้อยละ 18 ต่อปี ตามข้อตกลงในเอกสารหมายจ.11 ได้หรือไม่นั้น ปรากฎตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้ยินยอมทำความตกลงกับโจทก์โดยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเพิ่มตามเอกสารหมาย จ.11 จริง แต่จำเลยต่อสู้ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการเพิ่มดอกเบี้ยย้อนหลัง เป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงเป็นโมฆะ

ใช้บังคับไม่ได้ ตรวจเอกสารหมาย จ.11 แล้ว เห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาในทางแพ่งซึ่งทำขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลย ซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น มิได้มีผลผูกพันถึงบุคคลภายนอก และวัตถุประสงค์ของสัญญาก็ไม่ห้ามโดยกฎหมายแต่อย่างใด สัญญาดังกล่าวจึงใช้บังคับได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร เดชศิริ · เดชา สุวรรณโณ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้