Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 390/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทั้งโจทก์และจำเลยไม่ได้ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดในสัญญาโจทก์จึงไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยไม่ชำระหนี้เพราะโจทก์ก็มิได้ชำระหนี้ตอบแทนเช่นกันแต่การที่ต่อมาจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่บุคคลภายนอกย่อมทำให้การชำระหนี้คือการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่โจทก์กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจำเลยต้องรับผิดชอบดังนี้จำเลยจึงต้องคืนมัดจำแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา378(3)ทั้งการฟ้องคดีเรียกมัดจำคืนและเรียกค่าเสียหายของโจทก์ในกรณีนี้เท่ากับเป็นการเลิกสัญญาตามมาตรา389อยู่แล้วจำเลยต้องคืนมัดจำพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินตามโฉนดเลขที่14538 แก่โจทก์เป็นเงิน 2,247,000 บาท โจทก์วางมัดจำให้จำเลยเป็นเงิน 550,000 บาท นัดโอนกรรมสิทธิ์ในวันที่ 30 มีนาคม 2533เมื่อถึงกำหนดโจทก์พร้อมที่จะชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลืออีก1,697,000 บาท ให้แก่จำเลย แต่จำเลยไม่ไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์หลายครั้ง แต่จำเลยก็ผัดผ่อนเรื่อยมา ต่อมาจำเลยขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกไปในราคา 2,817,000 บาท แต่จดทะเบียนซื้อขายกันในราคาเพียง 400,000 บาท การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,152,125 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ในจำนวนเงิน 1,130,000 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเนื่องจากโจทก์ต้องการซื้อที่ดินเพื่อเอาไปขายต่อหากำไร โดยกำหนดนัดโอนกรรมสิทธิ์ในวันที่ 30 มีนาคม 2533 เพื่อให้เวลาโจทก์ไปหาคนซื้อ แต่ก่อนถึงวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ 2 วัน โจทก์ขอผัดผ่อนให้เลื่อนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินไปก่อนแต่จำเลยไม่ยอมและยื่นคำขาดให้โอนกรรมสิทธิ์ตามที่ตกลงไว้ และนัดให้โจทก์หรือผู้ที่โจทก์หามาซื้อทำแคชเชียร์เช็คให้เรียบร้อยก่อนวันนัดโอนกรรมสิทธิ์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของแคชเชียร์เช็ค แต่เมื่อถึงกำหนดวันนัดโอนโจทก์ไม่ไปตามที่นัดหมาย ไม่นำแคชเชียร์เช็คมาให้จำเลยดู โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาเองจนกระทั่งเมื่อวันที่13 เมษายน 2533 โจทก์ติดต่อมายังจำเลยโดยบอกว่าหาคนซื้อที่ดินได้แล้ว แต่จำเลยไม่ยอมเพราะได้ริบเงินมัดจำและถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายเดิมเป็นอันเลิกกันแล้ว

หากจะซื้อต้องซื้อกันในราคาใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิม แต่โจทก์ไม่ยอม ดังนั้นเมื่อวันที่16 พฤษภาคม 2533 จำเลยจึงขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยคืนเงินมัดจำและเรียกค่าเสียหายได้ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินมัดจำ จำนวน550,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นน้าของจำเลยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2533 จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่14538 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ราคา2,247,000 บาท แก่โจทก์ กำหนดนัดโอนกรรมสิทธิ์วันที่30 มีนาคม 2533 โจทก์วางมัดจำแก่จำเลยเป็นเงิน 550,000 บาท ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายหรือสัญญาวางมัดจำเอกสาร หมาย จ.1 เมื่อถึงกำหนดวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโจทก์และจำเลยไม่ได้ไปที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขามีนบุรี ต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม 2533จำเลยจดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวแก่บุคคลภายนอกแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อทั้งโจทก์และจำเลยไม่ได้ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ตามกำหนดในสัญญา โจทก์จึงไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยไม่ชำระหนี้เพราะโจทก์ก็มิได้ชำระหนี้ตอบแทนเช่นกันแต่การที่ต่อมาจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่บุคคลภายนอกย่อมทำให้การชำระหนี้คือการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่โจทก์กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจำเลยต้องรับผิดชอบ ดังนี้จำเลยจึงต้องคืนมัดจำแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378(3) ทั้งการฟ้องคดีเรียกมัดจำคืนและเรียกค่าเสียหายของโจทก์ในกรณีนี้เท่ากับเป็นการเลิกสัญญาตาม มาตรา 389 อยู่แล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมพล สัตยาอภิธาน · ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้