Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3898/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำนักงานปุ๋ย กรุงเทพมหานคร มิใช่ส่วนราชการของกรุงเทพมหานครหาได้รับยกเว้นมิให้ใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 บังคับไม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการสำนักงานปุ๋ยกรุงเทพมหานคร ตามลำดับ แม้เป็นเจ้าหน้าที่ ในสังกัดกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 1 และกระทำการตามหน้าที่ระเบียบแบบแผนของทางราชการ แต่เมื่อเป็นนายจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ก็ต้องมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยตามข้อ 46 โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาในฐานะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และผู้อำนวยการ สำนักงานปุ๋ย กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ หาได้ฟ้องตำแหน่งหน้าที่เป็นจำเลยไม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงอาจถูกฟ้องให้จ่ายค่าชดเชยได้ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย แต่มิได้ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ด้วย เป็นการผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำนวน 24,225 บาท พร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามหรือไม่

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ว่า สำนักงานปุ๋ยกรุงเทพมหานคร เป็นราชการส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่นได้รับยกเว้นมิให้ใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานบังคับ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1(3) แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดของจำเลยที่ 1 กระทำการตามหน้าที่และระเบียบแบบแผนของทางราชการ ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ทั้งตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ที่ 3 มิใช่บุคคลหรือนิติบุคคลไม่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลยได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 มาตรา 6 บัญญัติว่า "ให้กรุงเทพมหานครเป็นทบวงการเมือง มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นนครหลวง ฯลฯ" มาตรา 11 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า "ให้จัดระเบียบราชการกรุงเทพมหานคร ดังนี้ (1) สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (2) สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร (3) สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร (4) สำนักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งเทียบเท่าสำนัก (5) เขต" มาตรา 11 วรรคสาม บัญญัติว่า "การตั้งเปลี่ยนแปลง หรือยุบส่วนราชการ การแบ่งหน่วยงานภายในส่วนราชการและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการและหัวหน้าส่วนราชการตามความในวรรคหนึ่งให้จัดทำเป็นพระราชกฤษฎีกา" และโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 ดังกล่าว จึงได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการและหัวหน้าส่วนราชการ

กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2520 ออกใช้บังคับ มาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้บัญญัติว่า กรุงเทพมหานคร มีส่วนราชการตามที่ระบุในมาตรานี้ ซึ่งมีจำนวน 15 ส่วนราชการ และมาตราต่อ ๆ ไปได้บัญญัติถึงหน่วยงานภายในส่วนราชการหนึ่ง ๆ ว่ามีหน่วยงานใดบ้าง ดังนี้ส่วนราชการของกรุงเทพมหานครก็คือส่วนราชการ 15 ส่วนราชการ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานภายในส่วนราชการที่กล่าวนี้เท่านั้น แต่ปรากฏว่าในจำนวนส่วนราชการและหน่วยงานดังกล่าว หามีสำนักงานปุ๋ย กรุงเทพมหานคร รวมอยู่ด้วยไม่ทั้งได้ความว่าสำนักงานปุ๋ย กรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดำเนินกิจการบางประเภทของเทศบาล พ.ศ. 2509 มิได้จัดตั้งขึ้นโดยทำเป็นพระราชกฤษฎีกาตามความในมาตรา 11 วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2518 แต่อย่างใด สำนักงานปุ๋ยกรุงเทพมหานครจึงมิใช่ส่วนราชการของกรุงเทพมหานคร หาได้รับยกเว้นมิให้ใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 บังคับไม่ ฉะนั้น กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นนิติบุคคลผู้เป็นเจ้าของสำนักงานปุ๋ยกรุงเทพมหานคร และเป็นนายจ้างของโจทก์จึงอาจถูกฟ้องให้รับผิดจ่ายค่าชดเชยได้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน บังคับแก่จำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่น และที่จำเลยที่ 1 อ้างต่อไปว่า ทรัพย์สินของสำนักงานปุ๋ย กรุงเทพมหานคร เป็นของจำเลยที่ 1 ไม่อาจแบ่งแยกเพื่อดำเนินการบังคับคดีชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแรงงานได้นั้นเห็นว่าเป็นปัญหาในชั้นบังคับคดีว่าจะยึดทรัพย์สินใดได้บ้าง

ไม่มีผลถึงอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการสำนักงานปุ๋ย กรุงเทพมหานครตามลำดับ แม้เป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำเลยที่ 1 และกระทำการตามหน้าที่ระเบียบแบบแผนของทางราชการ แต่เมื่อเป็นนายจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ก็ต้องมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยตามข้อ 46 การไม่จ่ายค่าชดเชยถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว ทั้งคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาในฐานะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารและผู้อำนวยการสำนักงานปุ๋ยกรุงเทพมหานครตามลำดับ หาได้ฟ้องตำแหน่งหน้าที่เป็นจำเลยไม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงอาจถูกฟ้องให้จ่ายค่าชดเชยได้ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย แต่มิได้ระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ด้วย เป็นการผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษายืน แต่ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้