Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3894/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยและ ป. ผู้เสียหายเป็นพี่น้องกัน จำเลยมาขอยืมรถจักรยานยนต์ จากป. ป.ไม่ให้ จำเลยแสดงกิริยาเอะอะโวยวายแล้วต่อมาก็ได้มาเอารถจักรยานยนต์ไปขับขี่พาเพื่อนไปรับประทานอาหาร การกระทำของจำเลยในการเอารถจักรยานยนต์ไป เป็นเพียงการถือวิสาสะฉันพี่น้อง และเมื่อเอาไปแล้วก็มิได้พาหลบหนีแต่อย่างใด จำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339,340 ตรี, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2525 มาตรา 13 ประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 14, 15 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องประสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิคำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21ตุลาคม 2519 ข้อ 3, 6, 7จำเลยให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไมัเพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน

พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ คำสั่งของคณะปฎิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519ข้อ 3, 6,7 ลงโทษฐานมีอาวุธปืน จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืน จำคุก6 เดือน และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 จำคุก 3 ปีรวมจำคุก 4 ปี 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะในข้อหาลักทรัพย์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าตามวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้เอารถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน

อุทัยธานี ค - 3813 ราคา 16,000 บาท ที่นายช่อ ชื่นจันทร์ซื้อมาจากนายสอาด พุกเปี่ยม ในขณะที่จอดอยู่บนบ้านของนายช่อไป และในวันเดียวกันเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมกับยึดรถจักรยานยนต์ดังกล่าวได้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกามีแต่เพียงว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ ทางพิจารณาโจทก์มีนายช่อเป็นพยานเบิกความว่าในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 20 นาฬิกาพยานคุยกับนางเชิ้ม พุกเปี่ยม ที่บ้านของนางเชิ้มซึ่งห่างบ้านพยานประมาณ 100 เมตร ก็ได้ยินเสียงเอะอะและมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด พยานจึงวิ่งกลับบ้านเห็นจำเลยยืนอยู่ที่บันไดบ้านจำเลยร้องตะโกนให้นางประโลม ชื่นจันทร์ ภรรยาของพยานเปิดประตู แต่นางประโลมไม่ยอมเปิดให้จำเลยจึงเดินกลับไปบ้านของจำเลย

นางประโลมจึงพาลูกวิ่งไปที่บ้านของนางเชิ้ม ต่อมาสักครู่หนึ่งจำเลยก็มาเอารถจักรยานยนต์ของพยานขับขี่ไปที่บ้านจำเลย จากนั้นจำเลยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของพยานไปทางอำเภอบางมูลนาก โดยมีคนนั่งซ้อนท้ายไป 2 คน เป็นผู้หญิง1 คน พยานนำความไปแจ้งต่อร้อยตำรวจตรีฉลองเกียรติ โรจน์ปัญญาคุปต์แล้วพาร้อยตำรวจตรีฉลองเกียรติออกติดตามจำเลยและจับจำเลยได้พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ห้องอาหารในโรงแรมริมน่าน และนางประโลมพยานโจทก์อีกปากหนึ่งเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ20 นาฬิกา ขณะที่พยานอยู่บ้านกับลูก จำเลยมาเรียกให้เปิดประตูแต่พยานไม่ยอมเปิด จำเลยถีบประตูแล้วพูดว่าจะเอารถถ้าไม่ให้จะยิงพยาน แล้วพยานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด

ตรงประตูหน้าบ้าน ต่อจากนั้นก็ได้ยินเสียงคนเดินจากไป พยานจึงพาลูกออกจากบ้านไปที่บ้านนางเชิ้มแล้วได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจ พยานเป็นพี่สาวของจำเลย ก่อนเกิดเหตุคดีนี้จำเลยเคยมายืมเครื่องเล่นเทป วิทยุ รถจักรยานยนต์ เวลาจำเลยเมาสุรามายืมของ ถ้าพยานไม่ให้จำเลยจะโวยวายและทุกครั้งจำเลยก็เอาไปจนได้ ที่พยานให้ไปเพราะรำคาญ วันเกิดเหตุที่พยานไม่ให้ยืมก็เพราะกลัวรถจักรยานยนต์พัง เห็นว่าจำเลยเป็นน้องชายของนางประโลม และจำเลยก็เคยมายืมรถจักรยานยนต์และเครื่องเล่นเทปวิทยุ จากนางประโลม และจำเลยก็ได้แสดงกิริยาเอะอะโวยวายเมื่อยืมไม่ได้อันเป็นการแสดงความโกรธฉันพี่น้องกัน และจำเลยก็เพียงแต่เอารถจักรยานยนต์ไปขับขี่พาเพื่อนไปกินอาหารที่ร้านอาหารในโรงแรมริมน่านไม่ได้พาหลบหนีแต่อย่างใด

การที่จำเลยเอะอะโวยวายเสียก่อนแล้วต่อมาจึงได้มาเอารถจักรยานยนต์ไปน่าจะเป็นการถือวิสาสะมากกว่า เพียงแต่ว่าถือวิสาสะฉันพี่น้องรุนแรงเกินไปจนกระทั่งนายชื่นและนางประโลมโกรธจึงได้นำความไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจให้จับกุมจำเลยมาดำเนินคดี หากจำเลยมีเจตนาทุจริตลักทรัพย์ จำเลยก็น่าจะเข้ามาเยี่ยงคนร้ายคือลอบเข้ามาอย่างเงียบ ๆ ไม่ให้เจ้าของทรัพย์หรือผู้ครองครองทรัพย์รู้ตัวเพื่อสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์ที่ลักหลบหนีไปการกระทำของจำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต พยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหาฐานลักทรัพย์ ศาลฏีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14689/2558

จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี มีหน้าที่จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือนของพนักงาน ได้ดำเนินการให้โจทก์ร่วมโอนเงินเดือนเข้าบัญชีเงินฝากของตนเองและ ส. เกินกว่าเงินเดือนที่มีสิทธิได้รับจริง ซึ่งแสดงให้เห็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18654/2555

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายหน้าดินจากจำเลยที่ 2 โดยมิได้ระแวงว่าหน้าดินที่จำเลยที่ 2 เสนอขายจะเป็นที่ดินของผู้ใด หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ให้ ว. กับพวก ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 เข้าไปขุดดินในที่ดินของโจทก์ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9805/2554

การกระทำโดยเล็งเห็นผลนั้นหมายความว่า ผลนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนเท่าที่บุคคลในภาวะเช่นนั้นจะเล็งเห็นได้ มิใช่เพียงเล็งเห็นว่าผลนั้นอาจเกิดขึ้นได้ ได้ความว่าจำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์โดยมีจำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3150/2549

จำเลยที่ 1 ทวงเงินจาก อ. ไม่ได้ จึงพาพวกไปทวงเงินจาก อ. ในเวลาที่ต่อเนื่องกัน เมื่อ อ. ไม่ยอมคืนเงินและไม่ยอมออกมาพบจึงใช้อำนาจบังคับโดยพลการเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปขณะนั้น แม้ข้อเท็จจริงปราฏว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2546

จำเลยได้รับแจ้งจาก ห. ว่าผู้เสียหายล่อลวง ห. ไปที่บังกะโลเพื่อล่วงเกินทางเพศ จำเลยโกรธแค้นจึงวางแผนให้ ห. โทรศัพท์ไปหลอกผู้เสียหายให้ออกจากบ้านไปหา ห.ที่จุดเกิดเหตุเพื่อทำร้ายสั่งสอนเป็นการแก้แค้นแทน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้