Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3892/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

วันเกิดเหตุ จำเลยที่ 3 มาบอกผู้เสียหายว่าจำเลยที่ 1 กับพวกจะมาปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย ต่อมาอีกไม่กี่ชั่วโมง จำเลยที่ 1 และที่3 ถืออาวุธปืน จำเลยที่ 2 ถือมีดปลายแหลมเข้ามาในร้านผู้เสียหายพร้อมด้วยจำเลยที่ 4 กับพวก จำเลยที่ 1 จับแขนผู้เสียหายและถามถึงที่ซ่อนทรัพย์ แม้จำเลยทั้งสี่กับพวกมิได้แตะต้องตัวทรัพย์ของผู้เสียหายที่ตั้งใจจะเอาไปและทรัพย์ยังไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปจากที่เก็บก็ตาม ถือว่าจำเลยทั้งสี่กับพวกได้ลงมือใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์และเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339(1) และ (2) แล้ว เมื่อจำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะผู้เสียหายได้หลบหนีออกจากร้านและร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเสียก่อน การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8083, 340, 340 ตรี, 32, 91 และ 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 249มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 และ 72 ทวิ ริบของกลาง เว้นแต่อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 หมายเลขทะเบียน พช6-03978 กับกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12จำนวน 2 นัด ให้คืนเจ้าของกับให้นับโทษของจำเลยทั้งสี่ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1267/2529ของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธทุกข้อหาและรับว่าเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1267/2529 ของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 กลับให้การใหม่เป็นว่า ปฏิเสธเฉพาะข้อหาพยายามปล้นทรัพย์ ส่วนข้อหาอื่นรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 และ72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนจำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 4 เดือนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 8 เดือน อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่จำเลยที่ 1 มีไว้เป็นความผิดให้ริบ จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 371 ให้ปรับ 80 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับเป็นเงิน 40 บาท ริบมีดของกลาง จำเลยที่ 3มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7 และ 72จำคุก 1 ปี และปรับ 3,000 บาท

จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ปรับ 1,500 บาท รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 2 ปี อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางที่จำเลยที่ 3 มีไว้ให้คืนแก่เจ้าของให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสี่ในข้อหาร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในข้อหาพยายามปล้นทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 โดยจำเลยที่ 1 มีความผิดตามมาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่งและ 72 ทวิ วรรคสอง ส่วนจำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 7 และ 72วรรคสามกับจำเลยที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง

ประกอบด้วยมาตรา 80 และ 83 จำคุกคนละ 8 ปีจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340วรรคสอง, 340 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 83 จำคุกคนละ 12 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าในวันเกิดเหตุเวลากลางวัน จำเลยที่ 3 มาบอกผู้เสียหายว่าจำเลยที่ 1กับพวกจะมาปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย ต่อมาเวลาประมาณ 20 นาฬิกาผู้เสียหายซึ่งอยู่ที่ร้านค้าของตนเพียงคนเดียวได้ออกไปถ่ายปัสสาวะที่หลังร้าน จำเลยทั้งสี่กับพวกอีก 1 คน เข้ามาหาผู้เสียหายโดยจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถืออาวุธปืนลูกซองพก จำเลยที่ 2 ถือมีดปลายแหลจำเลยที่ 1 จับแขนผู้เสียหายพาเข้ามาในร้าน

จำเลยอื่นอีก 3 คนกับพวกก็เข้ามาในร้านด้วย จำเลยที่ 1 ถามถึงที่ซ่อนทรัพย์ผู้เสียหายบอกว่าเก็บใส่กุญแจไว้ ลูกกุญแจอยู่ที่ภริยา จำเลยที่ 3บอกผู้เสียหายว่าให้บอกที่ซ่อนทรัพย์ไปเพราะจำเลยที่ 1 มิได้มาร้ายผู้เสียหายก็ไม่ยอมบอก พอมีจังหวะที่จะหนีได้ ผู้เสียหายก็วิ่งหนีออกไปทางหลังร้านและร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น จำเลยทั้งสี่กับพวกจึงพากันวิ่งหนีไป ในขณะนั้นผู้เสียหายเก็บทรัพย์ต่าง ๆที่โจทก์ระบุในฟ้องไว้ในร้านที่เกิดเหตุ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าในคืนเกิดเหตุจำเลยทั้งสี่กับพวกเข้ามาในร้านผู้เสียหายโดยมีเจตนาตั้งใจจะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายที่เก็บรักษาไว้ในร้านนั้นไป การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ถืออาวุธปืน จำเลยที่ 2 ถือมีดปลายแหลมเข้ามาในร้านดังกล่าวพร้อมจำเลยที่ 4 กับพวก จำเลยที่ 1 จับแขนผู้เสียหายและถามถึงที่ซ่อนทรัพย์เช่นนี้ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องจำเลยที่ 3 มาบอกผู้เสียหายล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงว่าจำเลยที่ 1 กับพวกจะมาปล้นแล้ว แม้จำเลยทั้งสี่กับพวกมิได้แตะต้องตัวทรัพย์ของผู้เสียหายที่ตั้งใจจะเอาไปและทรัพย์ยังไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปจากที่เก็บก็ตาม ก็ถือว่าจำเลยทั้งสี่กับพวกได้ลงมือใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายเพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์และเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น ตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา339(1) และ (2) แล้ว

เมื่อจำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นการลงมือกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเพราะผู้เสียหายได้หลบหนีออกจากร้านและร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเสียก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์มาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้