Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3890/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เช็คขีดคร่อมและห้ามแปลี่ยนมือที่ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก จะเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้นได้ก็แต่เฉพาะเข้าบัญชีบัญชีของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตา 994 การที่ธนาคารจำเลยที่ 1 ผู้รับเช็คต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว แต่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์นำเช็คดังกล่าวมาขอเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินจากพนักงานของจำเลยที่ 1 โดยแจ้งว่า การนำเช็คที่มีชื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามวิธีการปกติจะทำให้เกิดการล่าช้าเนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการเรียกเก็บเงินตามเช็คประมาณ 2 สัปดาห์ และพนักงานของจำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการตามที่จำเลยที่ 2 ขอ โดยเปลี่ยนเช็คดังกล่าวเป็นตั๋วแลกเงินจึงเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายและเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 สามารถนำตั๋วแลกเงินดังกล่าวไปหมุนเวียนชำระค่าสินค้าของลูกค้ารายอื่นของโจทก์ แม้มีการนำเงินตามเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีของโจทก์แล้ว แต่การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นการชำระค่าสินค้าของงวดเดือนใด ทั้งเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินค่าสินค้าในงวดที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ง. ชำระค่าสินค้าได้ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานของโจทก์เป็นผู้นำเสียเช็คที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ง. สั่งจ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ไปแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินจากจำเลยที่ 1 และแจ้งต่อพนักงานจำเลยที่ 1 ว่าตนเป็นพนักงานของโจทก์ และแจ้งว่าการนำเช็คที่มีชื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามวิธีการปกติจะทำให้เกิดการล่าช้าจนทำให้พนักงานของจำเลยที่ 1 เชื่อตามที่จำเลยที่ 2 แจ้ง ถือได้ว่าโจทก์มีส่วนที่ทำให้เกิดความเสียหายด้วยเนื่องจากไม่ดูแล ตรวจสอบและควบคุมการกระทำของจำเลยที่ 2 ให้ดี ทั้งๆ ที่รู้ว่าจำเลยที่ 2 มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินหรือรับชำระด้วยเช็คจากลูกค้า กลับปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายถือได้ว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของโจทก์ผู้ต้องเสีหายประกอบด้วยตามป.พ.พ. มาตรา 442

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2541 ห้างหุ้นส่วน จำกัด งี่สุนซุปเปร์สโตร์ สั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนโพธิ์ศรี จังหวัดอุดรธานี เลขที่ 0526069 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2541 จำนวนเงิน 707,334 บาท (ที่ถูก 707,934) ขีดคร่อมระบุชื่อเข้าบัญชีโจทก์และขีดฆ่าคำว่า "ผู้ถือ" มอบให้แก่นายไพรัชซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าตามใบสั่งซื้อสินค้าเลขที่ 220759, 221771, 221772 และ 225237 งวดเดือนธันวาคม 2540 และเดือนมกราคม 2540 ให้แก่โจทก์ นายไพรัชไม่นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่กลับนำไปขอแลกซื้อตั๋วแลกเงินกับจำเลย สาขาถนนโพธิ์ศรี จังหวัดอุดรธานี จำเลยยอมออกตั๋วแลกเงินเลขที่ 0084386 ให้โดยเก็บเช็คดังกล่าวไว้และไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์อันเป็นการประมาทเลินเล่อ

ประพฤติผิดกฎหมายและประเพณีปฏิบัติทางการค้าของจำเลยอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้นายไพรัชทุจริตนำตั๋วแลกเงินไปชำระหนี้ค่าสินค้าของลูกค้ารายอื่นของโจทก์ โดยโจทก์ไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนค่าสินค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ประจำงวดเดือนธันวาคม 2540 และเดือนมกราคม 2540 นายไพรัชนำเช็คที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์สั่งจ่ายชำระค่าสินค้าประจำงวดเดือนมกราคมและเดือนกุมภาพันธ์ 2541 มาชำระแทน ทำให้โจทก์เสยหายมิได้รับชำระค่าสินค้า จำนวน 701,334 บาท จากห้องหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 701,334 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่าโจทก์ไม่เสียหาย จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา จำเลยให้การว่า นายไพรัชพนักงานของโจทก์นำเช็คของห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ ตามฟ้องมาขอให้ออกตั๋วแลกเงินโดยแจ้งแก่พนักงานของจำเลยว่าหากนำเช็คเข้าบัญชีของโจทก์ที่กรุงเทพมหานครจะต้องส่งเช็คไปเรียกเก็บเงินที่สาขาถนนโพธิ์ศรี จังหวัดอุดรธานี ทำให้โจทก์ได้รับเงินล่าช้า พนักงานของจำเลยสอบถามห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์แล้ว ได้รับความยินยอมให้ดำเนินการได้ จำเลยจึงออกตั๋วแลกเงินตามฟ้องสั่งจ่ายเงิน 707,934 บาท ให้แก่โจทก์โดยขีดคร่อมและประทับตรา

A/C PAYEE ONLY (เอ/ซี เปยี่โอนลี่) ซึ่งโจทก์ได้รับเงินตามตั๋วแลกเงินดังกล่าวแล้ว จำเลยมิได้กระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือผิดกฎหมายและประเพณีการค้าไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ การที่นายไพรัชนำตั๋วแลกเงินดังกล่าวไปชำระหนี้ของลูกค้ารายอื่นของโจทก์เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับนายไพรัช ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนายไพรัชเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (3)

ศาลชั้นต้นอนุญาต และมีคำสั่งให้เรียกจำเลยว่า จำเลยที่ 1 และเรียกนายไพรัชว่าจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 701,334 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 มีนาคม 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉันว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันฟังได้ว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์สั่งจ่ายเช็คเลขที่ 0526090 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2541 จำนวนเงิน 707,934 บาท ขีดคร่อมระบุชื่อเข้าบัญชีโจทก์และขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออกตามเอกสารหมาย ปล.1 ของศาลจังหวัดอุดรธานี มอบให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าตามใบสั่งซื้อสินค้าเลขที่ 220759, 221771, 221772 และ 225237 งวดเดือนธันวาคม 2540 และเดือนมกราคม 2541 ให้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 2 นำเช็คดังกล่าวไปเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาถนนโพธิ์ศรี จังหวัดอุดรธานี หักบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ แล้วออกตั๋วแลกเงินเลขที่ 0084386 สั่งจ่ายเงินจำนวน 707,934 บาท ให้แก่โจทก์ขีดคร่อมและประทับตราภาษาอังกฤษว่า

A/C PAYEE ONLY (เอ/ซี เปยี่ โอนลี่) ตามเอกสารหมาย ล.3 คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์มีนายปรีชาหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ เป็นพยานโจทก์เบิกความว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์กับบริษัทของโจทก์ทำการค้าขายกันมานาน โดยสั่งซื้อสินค้ากัน ในการจ่ายค่าสินค้าจะสั่งจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินเท่านั้น เช็คที่พยานสั่งจ่ายให้แก่โจทก์นั้น มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้เซ็นรับไปตามเอกสารหมาย ปจ.2 และมีนายวันเฉลิมพนักงานของโจทก์เป็นพยานเบิกความว่าพยานทำงานอยู่ที่บริษัทโจทก์ในตำแหน่งผู้จัดการเขตมีหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับงานบัญชีและพนักงาน

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพยานมีหน้าที่ดูแลและเสนอขายสินค้าและรับเงินจากลูกค้าในเขตพื้นที่รับผิดชอบทางภาคอีสาน เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2541 จำเลยที่ 2 ไปเก็บเช็คของห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ 5 มีนาคม 2541 จำนวนเงิน 707,934 บาท เพื่อชำระหนี้ค่าสินค้าในงวดเดือนธันวาคม 2540 เมื่อจำเลยที่ 2 รับเช็คไปแล้ว จะต้องนำเช็คนั้นเข้าบริษัทโจทก์เพื่อชำระตามบิลที่ได้รับตามที่ลูกค้าสั่งซื้อ เช็คดังกล่าวเป็นเช็คขีดคร่อมและขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือออกโดยระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงิน แต่จำเลยที่ 2 กลับนำเช็คดังกล่าวไปเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินโดยจำเลยที่ 1 ออกตั๋วแลกเงินให้จำเลยที่ 2 ไปโดยโจทก์ไม่ทราบและไม่รู้เห็น

ทั้งผู้สั่งจ่ายก็ไม่ได้ยินยอมให้จำเลยที่ 2 นำเช็คไปเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงิน ตามปกติการสั่งจ่ายเช็คจากร้านค้าจะต้องมีการระบุเลขที่ของใบวางบิล มีการสั่งซื้อสินค้า เช็คจะต้องมีการระบุเลขที่ใบวางบิลเพื่อตรวจสอบในกรณีที่เช็คมีปัญหา แต่ตามตั๋วแลกเงินไม่สามารถตรวจสอบได้ เมื่อจำเลยที่ 2 นำตั๋วแลกเงินดังกล่าวมาชำระค่าสินค้าของร้านค้าอื่นๆ ซึ่งเป็นลูกค้าของโจทก์ จำเลยที่ 2 ได้จัดทำใบบันทึกหนี้นำส่งให้โจทก์ โดยร้านค้ามียอดเงินที่จะต้องชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ จำนวน 713,002.56 บาท แต่เงินตามตั๋วแลกเงิน ไม่เพียงพอยังขาดอยู่จำนวน 5,000 บาทเศษ จำเลยที่ 2 จึงนำเงินส่วนตัวบางส่วนพร้อมด้วยใบส่วนลดพิเศษมารวมกันทำให้ยอดการชำระตรงกับตั๋วแลกเงินดังกล่าว และจำเลยที่ 2 ได้นำเช็คที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด

งี่สุนซุปเปอร์สโตร์สั่งจ่ายชำระค่าสินค้าในเดือนถัดมาชำระแทนในงวดดังกล่าว นอกจากนี้ในการชำระค่าสินค้าประจำงวดเดือนมีนาคม 2541 จำเลยที่ 2 ได้นำเช็คที่ห้างดังกล่าวสั่งจ่ายชำระค่าสินค้าในงวดเดือนเมษายน 2541 มาชำระแทนตามเอกสารหมาย ปจ.2 ส่วนจำเลยที่ 1 มีนายกษิพัฒน์พนักงานของจำเลยที่ 1 เป็นพยานเบิกความว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2541 พยานทำงานอยู่ที่ธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาถนนโพธิ์ จังหวัดอุดรธานี ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการมีหน้าที่ให้บริการลูกค้ารับฝากเงิน ออกเอกสารต่างๆ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2541 มีจำเลยที่ 2 มาติดต่อกับพนักงานธนาคารจำเลยที่ 1 สาขาถนนโพธิ์ศรี โดยจำเลยที่ 2 แจ้งว่าเป็นตัวแทนขายสินค้าให้แห่งโจทก์และได้รับเช็คของธนคารจำเลยที่ 1 สาขาถนนโพธิ์ศรี

จากลูกค้าซึ่งเป็นเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายในนามโจทก์และขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือออกตามสำเนาเช็คเอกสารหมาย จ.3 และแจ้งว่าการนำเช็คที่มีชื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามวิธีการปกติจะทำให้เกิดการล่าช้าเนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการเรียกเก็บเงินตามเช็คประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อได้รับแจ้งดังกล่าวพยานยังไม่ได้ดำเนินการทันที แต่ได้มีการติดต่อไปยังนายปรีชา ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ว่าจำเลยที่ 2 ติดต่อให้เปลี่ยนเช็คที่ห้างสั่งจ่ายเป็นดราฟแทนจะมีเหตุขัดข้องประการใดหรือไม่ ซึ่งพยานได้รับแจ้งว่าไม่มีเหตุขัดข้องจึงดำเนินการให้จำเลยที่ 2 และมีนายธงชัยพนักงานของจำเลยที่ 1 เป็นพยานเบิกความว่า จำเลยที่ 2 ได้นำดราฟที่ออกแทนนั้นเข้าฝากเข้าบัญชีแล้วตามเอกสารหมาย

ล.3 และ ล.6 เห็นว่า เช็คตามเอกสารหมาย จ.3 และ ปล.1 เป็นเช็คขีดคร่อมและประทับตราภาษาอังกฤษว่า A/C PAYEE ONLY (เอ/ซี เปยี่ โอนลี่) ห้ามเปลี่ยนมือ โดยระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่า "หรือผู้ถือ" ออก ดังนั้น การเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้นได้ก็แต่เฉพาะเข้าบัญชีของโจทก์เท่านั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 994 ดังนี้ เมื่อเช็คดังกล่าวมีลักษณะพิเศษเช่นนั้น ธนาคารจำเลยที่ 1 ผู้รับเช็คจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว แต่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์นำเช็คดังกล่าวมาขอเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินจากพนักงานของจำเลยที่ 1 สาขาถนนโพธิ์ศรี จังหวัดอุดรธานี โดยแจ้งว่า การนำเช็คที่มีชื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามวิธีการปกติจะทำให้เกิดการล่าช้าเนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการเรียกเก็บเงินตามเช็คประมาณ 2 สัปดาห์ และพนักงานของจำเลยที่ 1 สาขาถนนโพธิ์ศรี

ได้ดำเนินการตามที่จำเลยที่ 2 ขอ การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่เปลี่ยนเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายในนามของโจทก์และขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือออกเป็นตั๋วแลกเงินจึงเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายและเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 สามารถนำตั๋วแลกเงินดังกล่าวที่แลกเปลี่ยนมาไปหมุนเวียนเป็นการชำระค่าสินค้าของลูกค้ารายอื่นของโจทก์ แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าจำนวนเงินตามเช็คดังกล่าวได้นำเข้าบัญชีของโจทก์แล้วก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 ก็ทำให้โจทก์ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นการชำระค่าสินค้าของงวดเดือนใด ทั้งเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินค่าสินค้าในงวดที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ออกเช็คตามสำเนาเช็คเอกสารหมาย จ.3 ชำระค่าสินค้าได้

การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานของโจทก์ที่มีหน้าที่ดูแล เสนอขายสินค้าและรับเงินจากลูกค้าเป็นผู้ที่นำเช็คที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด งี่สุนซุปเปอร์สโตร์ สั่งจ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ไปแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินจากจำเลยที่ 1 และแจ้งต่อพนักงานจำเลยที่ 1 สาขายถนนโพธิ์ศรี จังหวัดอุดรธานี ว่าตนเป็นพนักงานของโจทก์ และแจ้งว่าการนำเช็คที่มีชื่อโจทก์เรียกเก็บเงินตามวิธีการปกติจะทำให้เกิดการล่าช้าจนทำให้พนักงานของจำเลยที่ 1 เชื่อตามที่จำเลยที่ 2 แจ้ง ถือได้ว่าโจทก์มีส่วนที่ทำให้เกิดความเสียหายในครั้งนี้ด้วย

เนื่องจากไม่ดูแล ตรวจสอบและควบคุมการกระทำของจำเลยที่ 2 ให้ดี ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจำเลยที่ 2 มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน หรือรับชำระด้วยเช็คจากลูกค้ากลับปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย เช่นนี้ ถือได้ว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นเพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของโจทก์ผู้ต้องเสียหายประกอบด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดดังกล่าวแล้วเห็นควรกำหนดให้จำเลยที่ 1 รับผิดเพียงบกึ่งหนึ่งของค่าเสียหายที่โจทก์ขอ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ในเงินจำนวน 350,667 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 มีนาคม 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ทาวุฒิ · สมชาย สินเกษม · พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้