Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทราบเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์จำเลยมีมติให้โจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2541 แสดงว่าโจทก์ได้รู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันดังกล่าวมิใช่ถือเอาวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากจำเลยเป็นวันที่โจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากโจทก์เป็นผู้เสียหายที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลได้เอง โดยไม่จำต้องรอฟังคำสั่งจากจำเลย แม้โจทก์จะเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งให้ทราบถึงมติของจำเลยในวันที่ 21 มกราคม 2541 ก็ไม่มีผลต่อการเพิ่งเริ่มนับอายุความ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่าหนึ่งปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่งโจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นสมาชิกของจำเลยเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2540 จำเลยโดยคณะกรรมการดำเนินการลงมติให้โจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลย โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ ต่อมาวันที่ 11 มกราคม 2541 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้โจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ขอคิดค่าเสียหายเป็นเงิน 200,000 บาท ในวันดังกล่าวจำเลยนำหุ้นจำนวน 109,930 บาท เงินปันผลจำนวน 13,445.08 บาท และเงินเฉลี่ยคืนจำนวน 3,141.49 บาท ของโจทก์รวมเป็นเงิน 126,516.57 บาท ไปชำระหนี้เงินกู้สามัญของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยต้องรับผิดใช้เงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 126,516.57 บาท นับแต่วันที่ 12 มกราคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เมื่อคิดถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย 19,497 บาท ขอให้มีคำสั่งว่า มติของจำเลยโดยคณะกรรมการดำเนินการเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2540 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์เป็นสมาชิกของจำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 346,013.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 126,516.57 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ทราบมติที่ประชุมใหญ่ที่ให้โจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2542 จึงพ้นกำหนดหนึ่งปี คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 7,500 บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เสียก่อนว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยเพิ่งมีหนังสือลงวันที่ 21 มกราคม 2541 แจ้งให้โจทก์ทราบถึงมติที่ประชุมใหญ่ เรื่องให้โจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยและโจทก์เพิ่งทราบถึงมติที่ประชุมใหญ่ในวันนั้นเอง อายุความในมูลละเมิดจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่า โจทก์ทราบเรื่องจำเลยมีมติให้โจทก์ออกจากการเป็นสมาชิกของจำเลยตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2541 แสดงว่าโจทก์ได้รู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในวันดังกล่าว หาใช่ถือเอาวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากจำเลย เป็นวันที่โจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากโจทก์เป็นผู้เสียหายที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลได้เอง โดยไม่จำต้องรอฟังคำสั่งจากจำเลย ดังนั้น แม้โจทก์จะเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งให้ทราบถึงมติของจำเลยในวันที่ 21 มกราคม 2541 ก็ไม่มีผลต่อการเริ่มนับอายุความ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องเกินกว่าหนึ่งปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง แล้ว ไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นอีกต่อไปศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ปิติสันต์ · ประจักษ์ เกียรติ์นุพงศ์ · นุรักษ์ มาประณีต
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้