Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2512 (เลขอ้างอิง 38834)

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทถึง 30 ปี ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่และได้รับ น.ส.3. ต่อมาทางราชการได้รังวัดปักหลักเขตทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะ จำเลยได้ฟ้องเจ้าพนักงานเป็นคดีแพ่ง เมื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จำเลยยอมรับว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ และฝ่ายเจ้าพนักงานยินยอมให้จำเลยครอบครองที่พิพาทไปก่อน โดยจะดำเนินการให้ทางราชการถอนสภาพที่พิพาทนั้น เปิดโอกาสให้จำเลยจับจองครอบครองที่พิพาท แม้จะยังมิได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เพิกถอนที่ดินดังกล่าวก็ตาม ก็เป็นพฤติการณ์ที่ทำให้จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่าจำเลยเข้าครอบครองโดยชอบ หาได้จงใจฝ่าฝืนกฎหมายไม่ จึงขาดเจตนาอันเป็นองค์ประกอบความผิดทางอาญา จำเลยไม่มีความผิด (อ้างฎีกาที่ 1462/2509)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องและขอแก้ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองสำนวนได้กระทำผิดกฎหมายเข้ายึดถือครอบครองแผ้วถางทำลายป่าและตัดฟันไม้หวงห้ามในส่วนหนึ่งของป่าโคกหนองพลวงซึ่งเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ ทางราชการประกาศเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณสมบัติของแผ่นดินมาตั้งแต่ปี 2467 ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 6, 7, 11, 54, 55, 72, 73; (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 11, 16, 17 พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2504 มาตรา 3, 4 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 บังคับให้จำเลยออกจากป่าที่แผ้วถางและครอบครอง นับโทษจำเลยทั้งสองสำนวนติดต่อกัน และต่อจากคดีอาญาแดงที่ 1188/2509 ของศาลชั้นต้นเดียวกันจำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยแผ้วถางป่าตัดฟันไม้หวงห้ามดังฟ้อง ในที่ดินที่จำเลยมีสิทธิครอบครองและได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยเข้าครอบครองภายหลังที่ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พิพากษาให้ยกฟ้องทั้งสองสำนวนโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามฟ้องทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยได้แผ้วถางป่า ตัดฟันไม้หวงห้ามประเภท ก. ชนิดและจำนวนดังฟ้อง แต่เนื้อที่ที่จำเลยแผ้วถางครอบครองเพียง 7 ไร่ 2 งานเท่านั้น สภาพที่ดินดังกล่าวเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน การถอนสภาพให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกาตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8 ซึ่ง จนปัจจุบันก็ยังมิได้มีการเพิกถอน จำเลยอ้างสิทธิครอบครองตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์

ล.1 ที่เจ้าพนักงานออกให้ ก็ยังเป็นความผิดทั้งสองสำนวน พิพากษากลับ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11, 54, 72, 73 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 11, 16, 17 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 อันเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษจำเลยทั้งสองสำนวนตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 17 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกจำเลยสำนวนละ 6 เดือน โดยไม่นับโทษติดต่อกัน แต่ให้รอการลงโทษทั้งสองสำนวนไว้ภายในกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 บังคับให้จำเลยทั้งสองสำนวนออกจากป่าที่แผ้วถางและครอบครองจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยแผ้วถางป่ากับตัดฟันไม้หวงห้ามในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์ทำเลเลี้ยงสัตว์จริง แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมาช้านานถึง 30 ปี

ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตามเอกสารใบเสร็จที่ส่งศาล ได้รับ น.ส.3 เอกสาร ล.1 เมื่อปี 2505 ก่อนที่ทางราชการออกไปรังวัดปักหลักเขตทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณะเมื่อปี 2507 จำเลยก็โต้แย้งถึงฟ้องพวกเจ้าพนักงานเป็นคดีแพ่ง เมื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีที่อ้างถึงมีความว่าจำเลยยอมรับว่าที่ดินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของที่สาธารณประโยชน์ ฝ่ายเจ้าพนักงานยินยอมให้จำเลยครอบครองที่ดินตามเอกสาร ล.1 ไปก่อน โดยจะดำเนินการให้ทางราชการถอนสภาพที่ดินนั้นเปิดโอกาสให้จำเลยจับจองครอบครองที่ดินตามเอกสาร ล.1 แม้จะยังมิได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เพิกถอนที่ดินดังกล่าวก็ตาม เป็นพฤติการณ์ที่ทำให้จำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่า จำเลยเข้าครอบครองโดยชอบ หาได้จงใจฝ่าฝืนกฎหมายไม่ ขาดเจตนาอันเป็นองค์ประกอบความผิดทางอาญาจำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1462/2509พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในผลที่ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วิริยะ เกิดศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้