Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3877/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อพิจารณาคำฟ้องแล้ว หากศาลเห็นว่าแม้เป็นจริงดังคำฟ้องโจทก์ก็ไม่มีทางชนะคดี ศาลก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องไปได้เลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 131 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้ล้มละลายฟ้องธนาคารจำเลยให้รับผิด อ้างว่าผิดสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีที่ทำไว้กับบริษัทกับไม่ออกเอกสารให้บริษัทไปออกสินค้าจากท่าเรือ ดังนี้ เป็นเรื่องบริษัทจะฟ้องร้องโจทก์จะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1169 มาฟ้องร้องเสียเองไม่ได้ โจทก์ฟ้องขอให้กรมบังคับคดีจำเลยรับผิด โดยมิได้บรรยายถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักว่าจะต้องรับผิดในฐานะใดข้ออ้างนี้เป็นคนละเรื่องกับความสัมพันธ์ทางกฎหมายระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ฯ มาตรา 147 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เว้นแต่จะได้กระทำโดยเจตนาร้ายหรือโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเมื่อคำฟ้องไม่ได้แสดงว่าได้มีการกระทำดังกล่าว จึงไม่อาจบังคับให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัดลูกหนี้ในคดีล้มละลาย ก่อนถูกฟ้องล้มละลายบริษัทป๊อปฯ มีสิทธิกู้เบิกเงินเกินบัญชีจากจำเลยที่ ๑ ในวงเงินแปดล้านบาท ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาให้บริษัทป๊อปฯกู้เบิกเงินเกินบัญชีอีกหกล้านบาท จำเลยที่ ๑ ตกลงออกเลตเตอร์ออฟเครดิตเพื่อชำระหนี้สินค้าที่บริษัทป๊อปฯ สั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยจำเลยที่ ๑ ตกลงว่าเมื่อสินค้าเข้ามาแล้วจะค้ำประกันหนี้ค่าสินค้ารายนี้ให้บริษัทป๊อปฯ ไปออกสินค้าจากท่าเรือไปจำหน่ายได้โดยจำเลยที่ ๑ จะต้องทำทรัสต์รีซีทชำระหนี้ภายหลังแต่จำเลยที่ ๑ กลับผิดสัญญา โดยไม่ยอมจ่ายเงินกู้ ทำให้บริษัทป๊อปฯต้องหยุดกิจการ ทำให้โจทก์ทั้งเจ็ดเสียหาย

จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลประเภทกรมมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้จัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ล้มละลาย การที่จำเลยที่ ๒ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทป๊อปฯ ผู้ล้มละลายไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ฐานผิดสัญญา เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหาย จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งเจ็ดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาคำฟ้องแล้วหากศาลเห็นว่าแม้เป็นจริงดังคำฟ้องโจทก์ก็ไม่มีทางชนะคดี ศาลก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องไปได้เลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๑ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๙๖/๒๕๐๘ ในปัญหาว่าตามคำฟ้อง คดีพอวินิจฉัยชี้ขาดยกฟ้องหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ รับผิด โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ผิดสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ลงวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๓ ที่จำเลยที่ ๑ ทำกับบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด กับไม่ออกเอกสารให้บริษัทดังกล่าวไปออกสินค้าจากท่าเรือตามที่ตกลงกันไว้นั้น เป็นเรื่องที่บริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด จะฟ้องร้องโจทก์ทั้งเจ็ดเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของบริษัทหามีอำนาจฟ้องร้องไม่

กรณีตามคำฟ้องคดีนี้เป็นคนละเรื่องกับกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๖๙ จะนำบทมาตรานี้มาปรับแก่คดีนี้หาได้ไม่ สำหรับจำเลยที่ ๒ นั้น จำเลยที่ ๒ เป็นนิติบุคคลและมิได้เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โจทก์ทั้งเจ็ดมิได้บรรยายฟ้องว่าเจ้าพนักงานของบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด เป็นผู้แทนของจำเลยที่ ๒ ตามคำฟ้องนั้นผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งเจ็ดคือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด ผู้ล้มละลาย แต่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องรับผิด โดยมิได้บรรยายถึงข้ออ้างอันอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า จำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดในฐานะใด ข้ออ้างนี้เป็นคนละเรื่องกับความสัมพันธ์ทางกฎหมาย

ระหว่างเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กับจำเลยที่ ๒ ศาลมิอาจทราบได้ว่าที่โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอให้จำเลยที่ ๒ รับผิดนั้น โจทก์อาศัยข้ออ้างให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในฐานะใด นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๔๗ นั้น ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวเว้นแต่จะได้กระทำโดยเจตนาร้ายหรือโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงคำฟ้องของโจทก์ทั้งเจ็ดมิได้แสดงให้เห็นว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทป๊อปผลิตภัณฑ์นม จำกัด ผู้ล้มละลายได้กระทำการโดยเจตนาร้ายหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ด้วยเหตุผลดังกล่าวแม้จะเป็นความจริงตามคำฟ้อง ก็ไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ ๒ รับผิดชดใช้เงินแก่โจทก์ทั้งเจ็ดได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ดำรง แจ่มสุธี
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายสำราญ ศรีประสาธน์
ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง วรรณพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้