Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3872/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว ข้อพิพาทซึ่งได้ฟ้องร้องกันไว้ก่อนทำสัญญาย่อมระงับสิ้นไปด้วย เว้นแต่จะได้ระบุเป็นข้อยกเว้นไว้ เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความแต่ละข้อมีความสมบูรณ์เป็นเอกเทศต่างหากจากกัน มิได้เป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตอบแทนกัน แม้ฝ่ายหนึ่งปฏิบัติผิดสัญญาข้อหนึ่งก็หาเป็นผลให้ข้อพิพาทซึ่งระงับสิ้นไปแล้วตามสัญญาอีกข้อหนึ่งยังไม่ระงับไปไม่ เมื่อศาลได้วินิจฉัยถึงเนื้อหาแห่งคดีเห็นว่า สิทธิในการดำเนินคดีต่อไป หรืออำนาจฟ้องของโจทก์ระงับสิ้นลงโดยผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยได้ตกลงกันทำขึ้นภายหลังฟ้องคดี ซึ่งศาลไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ จึงชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีเพียงว่า สัญญาที่จำเลยส่งศาลตามคำแถลงลงวันที่ 17 กันยายน 2523 ซึ่งเป็นสัญญาฉบับเดียวกันกับที่จำเลยส่งศาลพร้อมคำร้องลงวันที่ 13 ตุลาคม 2523 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งมีผลให้ข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยคดีนี้ระงับไปด้วยจริงหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า สัญญาฉบับนี้ลงวันที่ 5 กันยายน 2523 ในบรรทัดแรกระบุว่าสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างโจทก์ นางรัตนา ภาสวรวิทย์ กับนายรุ่งโรจน์ ตระการกิจวิชิต นางสุรางค์ตระการกิจวิชิต ฝ่ายที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และ นางสาวอุมาลีตระการกิจวิชิต ฝ่ายที่ 2 ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงทำสัญญากันไว้มีข้อความว่า ข้อ 1 ทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาททั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนี้และหรือซึ่งจะมีต่อไปในภายภาคหน้าในเรื่องเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจำกัด

ส.ยนต์บริการ และในเรื่องเกี่ยวกับบริษัทตระการกิจ จำกัด กับในเรื่องส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับห้างและบริษัทดังกล่าว โดยทั้งสองฝ่ายจะได้ถอนฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่ง ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ยื่นฟ้องอีกฝ่ายหนึ่งต่อศาลทุกคดี ภายใน 7 วัน นับแต่วันทำสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ยกเว้นคดีแพ่งของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ 6498/2523 ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงให้ดำเนินคดีต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด สำหรับกรณีที่ทั้งสองฝ่ายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนทุกคดี ต่างฝ่ายจะไปถอนคำร้องทุกข์หรือระงับการดำเนินคดีภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันทำสัญญาฉบับนี้" ฯลฯ"

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อความในบรรทัดแรกของสัญญาฉบับนี้ซึ่งเสมือนเป็นชื่อของสัญญา ก็ระบุว่าสัญญานี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อได้พิจารณาข้อความในสัญญาฉบับนี้ทั้งหมดตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 13 ก็ปรากฏว่าล้วนแต่เป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเพื่อระงับข้อพิพาทที่ทั้งสองฝ่ายมีอยู่ระหว่างกันในขณะทำสัญญารวมทั้งที่จะมีขึ้นในภายภาคหน้าทุกคดี ทั้งคดีที่พิพาทกันอยู่แล้วในศาลทุกศาลและคดีที่เพียงแต่ได้ร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน โดยทั้งสองฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน โดยต่างฝ่ายจะไปถอนฟ้องและถอนคำร้องทุกข์ให้คดีระงับไปและยังได้ตกลงผ่อนผันให้แก่กันเกี่ยวกับกิจการ ทรัพย์สิน การเงินและหนี้สินของห้างโจทก์และบริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งทั้งสองฝ่ายประกอบกิจการร่วมกันมาก่อนให้เสร็จสิ้นไป โดยเฉพาะสัญญาข้อ 11 ได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่าหนี้สินและภาระผูกพันระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างกันก่อนวันทำสัญญานี้ให้ถือว่าเป็นพับไป

ยกเว้นเรื่องที่ดินที่พิพาทกันในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 6498/2523 เมื่อโจทก์รับว่าได้ทำสัญญาฉบับนี้กับจำเลยจริง สัญญาฉบับนี้จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทั้งฝ่ายโจทก์ทั้งฝ่ายจำเลยมุ่งประสงค์จะให้ข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้ซึ่งได้ฟ้องร้องกันไว้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2523 ก่อนวันที่โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันดังกล่าวระงับสิ้นไปด้วย ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อฝ่ายจำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ขนย้ายเครื่องอุปกรณ์และอะไหล่รถแทรกเตอร์ออกไปจากโกดังตามที่กำหนดไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยคดีนี้จึงยังไม่ระงับลงนั้น

เห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยที่ให้ระงับข้อพิพาททั้งหมดซึ่งมีอยู่ในขณะทำสัญญาและหรือซึ่งจะมีต่อไปในภายภาคหน้านั้น ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดไว้ในสัญญาข้อ 1 โดยตกลงกันให้ทั้งสองฝ่ายดำเนินการให้คดีทั้งหลายที่ต่างได้ฟ้องร้องกันไว้เสร็จสิ้นลงโดยต่างต้องไปถอนฟ้องเสียภายในกำหนด 7 วันเท่านั้น ส่วนข้อตกลงเกี่ยวกับการที่โจทก์จะต้องขนย้ายทรัพย์สินของโจทก์ออกไปจากโกดังเลขที่ 172 ซอยพงษ์เวชอนุสรณ์ถนนสุขุมวิท ตำบลบางจาก อำเภอพระโขนง กรุงเทพมหานครนั้น รวมอยู่ในข้อ 2 ซึ่งเป็นข้อตกลงเรื่องที่ฝ่ายโจทก์ตกลงโอนหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1 ให้กับฝ่ายจำเลย และฝ่ายโจทก์จะไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทจำเลยที่ 1 อีกต่อไป ซึ่งตามสัญญาข้อนี้กำหนดให้โจทก์ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งเดือน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ข้อตกลงระหว่างฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยตามข้อ 1 และข้อ 2 มิได้เป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตอบแทนกัน แต่เป็นเรื่องที่สัญญาแต่ละข้อดังกล่าวมีความสมบูรณ์เป็นเอกเทศต่างหากจากกัน

ดังนั้นถึงหากฝ่ายจำเลยจะทำการขัดขวางมิให้โจทก์ขนย้ายเครื่องอุปกรณ์และอะไหล่รถแทรกเตอร์ออกไปจากโกดังดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่ฝ่ายจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาข้อ 2 ซึ่งโจทก์มีสิทธิบังคับให้ฝ่ายจำเลยปฏิบัติตามสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ตามสัญญาข้อ 13 แต่หาเป็นผลให้ข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้ซึ่งระงับสิ้นไปแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ยังไม่ระงับไปดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีนี้เสียจากสารบบความโดยถือว่าสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยดังกล่าวมีผลให้ข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยในคดีระงับสิ้นลง จึงไม่มีประโยชน์ที่จะฟ้องร้องคดีนี้ต่อไปนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีแห่งคดีนี้เป็นการที่ศาลได้วินิจฉัยถึงเนื้อหาแห่งคดีว่า สิทธิในการดำเนินคดีต่อไปหรืออำนาจฟ้องของโจทก์ระงับสิ้นลงโดยผลแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์จำเลยได้ตกลงกันกระทำขึ้นนั้น ซึ่งศาลไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ จึงชอบที่ศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์ ซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้