Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3870/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คืนเกิดเหตุจำเลยเป็นครูเวรของโรงเรียนแล้วมีนักเรียนลอบเข้าไปจุดเทียนไขอ่านหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียน จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้โรงเรียนซึ่งเป็นทรัพย์สินของโจทก์ในขณะที่จำเลยไม่ได้อยู่เฝ้าที่โรงเรียนนั้น กรณีเห็นได้ชัดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่จำเลยไม่อาจคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นว่าจะเกิดขึ้นได้เลย ความเสียหายของโจทก์จึงหาใช่ผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยไม่ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๒๖ เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยมีหน้าที่เป็นครูเวรรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของโรงเรียนวัดบ่อโศรกและทรัพย์สินอื่น ๆ ของโรงเรียนซึ่งเป็นทรัพย์ของโจทก์ ด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยปล่อยปละละเลยหน้าทื่ ไม่ดูแลความปลอดภัยของโรงเรียน ทิ้งโรงเรียนไว้โดยไม่มีคนเฝ้าดูแลเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกันเป็นเหตุให้เด็กชายสายตรวจ โคนันทะ กับพวกรวม ๓ คน ถือโอกาสเข้าไปรื้อค้นดูหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนแล้วได้กลับออกไปโดยจุดเทียนไขทิ้งไว้ในห้องสมุด เป็นเหตุให้เทียนไขนั้นไหม้ลุกลามกระดาษสมุดหนังสือในห้องสมุดและทรัพย์สินอื่น ๆ ของโรงเรียนเสียหาย ขอให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน ๒๐๙,๕๖๒.๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ การที่ไฟไหม้โรงเรียนวัดบ่อโศรกไม่ใช่เป็นการกระทำของจำเลย แต่เป็นการกระทำของเด็กชายสายตรวจ โคนันทะเด็กชายณรงค์ บุตรทา และเด็กชายศักดิ์ดา สมศรี โดยตรง จำเลยมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุนการกระทำละเมิดนั้นแต่อย่างใด จำเลยจึงหาต้องร่วมรับผิดด้วยไม่ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยได้ละเว้นหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ และความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า คืนเกิดเหตุจำเลยเป็นครูเวร ซึ่งได้กำหนดขึ้นโดยระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๑๗ ตามระเบียบดังกล่าวได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับสถานที่และการป้องกันอัคคีภัยไว้ แต่ตามพยานหลักฐานโจทก์ไม่ปรากฏว่า จำเลยได้กระทำหรือละเว้นกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบดังกล่าวแต่อย่างใดอันจะถือว่าจำเลยประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย แม้จะฟังว่า ขณะเกิดเพลิงไหม้จำเลยไม่อยู่เฝ้าโรงเรียนเพราะไปคุยอยู่ที่บ้านผู้มีชื่อ แต่การที่จะให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์นั้น

โจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นอย่างชัดแจ้งว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของจำเลย และเป็นความเสียหายซึ่งจำเลยได้คาดเห็นหรือควรจะคาดเห็นว่าย่อมจะเกิดขึ้นได้จากการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของตน คดีนี้พยานหลักฐานโจทก์ได้ความเพียงว่าคืนเกิดเหตุจำเลยเป็นครูเวรของโรงเรียนแล้วมีเด็กนักเรียนลอบเข้าไปจุดเทียนไขอ่านหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนจนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ ขณะจำเลยไม่ได้อยู่เฝ้าที่โรงเรียนนั้นกรณีจึงเห็นได้ชัดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่จำเลยไม่อาจคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นว่าจะเกิดขึ้นได้เลย ความเสียหายของโจทก์จึงหาใช่ผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยไม่จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสระบุรี - นายสมชาย สินเกษม
ศาลอุทธรณ์ - นายวิศิษฏ์ วิศาลสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้