Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

+ดีที่ศาลลงโทษเมียฐานยักยอก+ให้ใช้ราคาทรัพย์แล้วไม่ใช้+ ถ้าหากผัวมิได้อนุญาตหรือให้สัตยาบันในเรื่องนั้นแล้วเจ้าทรัพย์ไม่มีอำนาจยึดทรัพย์+เป็นสินบริคณห์ระวางผัวเมีย สินเดิม สินบริคณห์ หน้าที่นำสืบ ทรัพย์ที่เป็นสินเดิมถ้าไม่นำ+ว่าไม่ได้เอามาบริคณห์ถือ+เป็นสินบริคณห์

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ได้ความว่า น. ภรรยาผู้ร้องต้องหาในคดีอาชญา ศาลได้พิพากษาให้ลงโทษจำคุก ๑ ปีตามกฎหมายอาชญามาตรา ๓๑๔ กับให้ใช้ราคาทรัพย์ ๑๔๔ บาท น.ไม่ใช้ เจ้าทรัพย์จึงได้นำยึดบ้านเรืองซึ่งเป็นสินเดิมของจำเลย ผู้ร้อง ๆ ขัดทรัพย์อ้างว่าผู้ร้องมิได้อนุญาตให้จำเลยกระทำ แลไม่ได้ให้ สัตยาบันในหนี้สินรายนี้โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะยึดได้ เพราะเป็นสินบริคณห์ระวางผู้ร้องกับจำเลย ศาลเดิมให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ให้ถอนการยึดทรัพย์ เจ้าทรัพย์ฎีกาว่ามีอำนาจยึดได้ตามฎีกาที่ ๗๔๕/๑๒๗ แลว่าศาลอุทธรณ์ยกมาตรา +๘ มาบังคับไม่ชอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าทรัพย์รายพิพาทแม้จะเป็นสินเดิมของจำเลยก็คงเป็นสินบริคณห์เพราะเจ้าทรัพย์มิได้นำสืบว่าไม่ได้เอามาบริคณห์ แลตามฎีกาที่อ้างมานั้นเป็นหลักกฎหมายก่อนใช้ประมวลแพ่ง ความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลแพ่ง ฯ ตามกฎหมายอาชญามาตรา +๑ แลประมวลแพ่ง ฯ ม.๔๒๔ กล่าวคือเรื่องนี้ต้องพิจารณาด้วยกฎหมายในทางแพ่ง แต่คดีนี้ผู้ร้องหาได้รู้เห็นยินยอมอนุญาตหรือให้สัตยาบันไม่ แลตามมาตรา ๓๘ จำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำการอันใดที่จะผูกพันสินบริคณห์ได้โดยมิได้รับอนุญาตของสามี

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ถอนการยึดทรัพย์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อิศร · นล · กฤต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้