Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3859/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อที่ลูกหนี้ฎีกาโต้เถียงว่าสัญญาขายลดเช็คที่บริษัทพ. ทำไว้กับเจ้าหนี้ลูกหนี้ได้ปฏิเสธแล้วนั้น เป็นการฎีกาที่ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง เพราะในชั้นที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ลูกหนี้ โต้แย้งเพียงว่าผู้สั่งจ่าย และผู้สลักหลังเช็คที่นำมาขายลดแก่ เจ้าหนี้ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท พ. หาได้โต้แย้งหรือปฏิเสธว่าบริษัท พ. ไม่ได้ทำสัญญาขายลดเช็คหรือไม่ได้นำเช็คมาขายลดให้แก่เจ้าหนี้ไม่ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าบริษัท พ. ได้ทำสัญญาขายลดเช็คและได้นำเช็คมาขายลดให้แก่เจ้าหนี้จริงเจ้าหนี้หาจำต้องสืบพยานในข้อนี้ไม่ และเมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็น ยุติแล้วดังกล่าว ข้อที่ลูกหนี้ฎีกาว่าภาระการพิสูจน์เพื่อแสดง ถึงความไม่สมบูรณ์ของสัญญาขายลดเช็คตกอยู่แก่ฝ่ายเจ้าหนี้นั้น จึงเป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดี อันควรได้รับการวินิจฉัย ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากลูกหนี้ (จำเลย) ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้รายที่ 8 ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันเป็นเงิน 5,128,463.05 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้ตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้วปรากฏว่า ลูกหนี้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้บางส่วนว่าเป็นหนี้ที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คที่บริษัทพี.ที.ไอ. จำกัด นำไปขายลดให้กับเจ้าหนี้ไม่ใช่ลายมือชื่อของกรรมการบริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ลายมือชื่อผู้สลักหลังในเช็คดังกล่าวก็ไม่สมบูรณ์เช่นเดียวกัน ขอให้ยกคำขอรับชำระหนี้ส่วนนั้นเสียเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำการสอบสวนแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัท

พี.ที.ไอ. จำกัด ได้ทำสัญญาขายลดเช็คไว้กับเจ้าหนี้โดยมีลูกหนี้กับพวกเข้าทำสัญญาค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมในวงเงิน 7,000,000 บาท บริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ได้ขายลดเช็คให้เจ้าหนี้ และเป็นหนี้เจ้าหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค รวมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ต่อปี ถึงวันที่บริษัท พี.ที.ไอ. จำกัดถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 346/2528ของศาลชั้นต้นเป็นเงิน 4,224,935.53 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20ต่อปี จากต้นเงิน 3,821,061 บาท นับถัดจากวันที่บริษัท พี.ที.ไอ.จำกัด ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ถึงวันที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นเงิน 850,055.21บาทรวมที่ลูกหนี้ต้องรับผิด 5,074,990.74บาท ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระ จึงเสนอความเห็นต่อศาลชั้นต้นว่า

สมควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 5,074,990.74บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130(8) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 โดยมีเงื่อนไขว่า หากเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ลูกหนี้ (จำเลย)ในคดีล้มละลายหมายเลขแดงที่ 346/2528 ของศาลชั้นต้นและหรือจากนายฤกษ์ชัย โกมลเกษรักษ์ และหรือนายชวน คูสมิทธ์ และหรือนายนรินทร์ ศรีเฉลิมพลนาวา ผู้ค้ำประกันร่วมแล้วเพียงใด ก็ให้สิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในคดีนี้ลดลงเพียงนั้น ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสียศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลูกหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องกันว่า บริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ได้ทำสัญญาขายลดเช็คไว้กับเจ้าหนี้ โดยมีลูกหนี้เข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าว โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาบริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ตกเป็นหนี้เจ้าหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คดังกล่าวนับถึงวันที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 5,074,990.74 บาท และเจ้าหนี้ยังไม่ได้รับชำระลูกหนี้จึงต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ ดังปรากฏตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.5 ลูกหนี้ฎีกาโต้เถียงว่า สัญญาขายลดเช็คที่บริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ทำไว้กับเจ้าหนี้นั้น ลูกหนี้ได้ปฏิเสธแล้วเจ้าหนี้จึงต้องนำสืบ เมื่อไม่นำสืบย่อมใช้บังคับไม่ได้ กับฎีกาด้วยว่า สัญญาดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของเจ้าหนี้ ทั้งพยานบุคคลก็อยู่กับเจ้าหนี้ ภาระการพิสูจน์เกี่ยวกับสัญญาดังกล่าวจึงตกอยู่แก่ฝ่ายเจ้าหนี้ เมื่อไม่พิสูจน์ ศาลควรพิพากษายกหนี้ส่วนนี้เสีย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อที่ลูกหนี้ฎีกาโต้เถียงว่าสัญญาขายลดเช็คที่บริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ทำไว้กับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ได้ปฏิเสธแล้วนั้น เป็นการฎีกาที่ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง เพราะที่จริงแล้วในชั้นที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ลูกหนี้โต้แย้งเพียงว่าผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังเช็คที่นำมาขายลดแก่เจ้าหนี้ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด หาได้โต้แย้งหรือปฏิเสธว่าบริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ไม่ได้ทำสัญญาขายลดเช็ค หรือไม่ได้นำเช็คมาขายลดให้กับเจ้าหนี้ไม่ ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันฟังได้ว่า บริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ได้ทำสัญญาขายลดเช็ค และได้นำเช็คมาขายลดให้กับเจ้าหนี้จริง เจ้าหนี้หาจำต้องสืบพยานในข้อนี้ไม่ส่วนข้อที่ลูกหนี้ฎีกาว่า

ภาระการพิสูจน์เพื่อแสดงถึงความไม่สมบูรณ์ของสัญญาขายลดเช็คตกอยู่แก่ฝ่ายเจ้าหนี้นั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติแล้วว่า บริษัท พี.ที.ไอ. จำกัด ได้ทำสัญญาขายลดเช็คและได้นำเช็คมาขายลดให้กับเจ้าหนี้จริง ซึ่งเจ้าหนี้ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้แล้ว ข้อฎีกาของลูกหนี้เกี่ยวกับภาระการพิสูจน์ในเรื่องนี้ จึงเป็นข้อกฎหมายที่ ไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของลูกหนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · จรัส อุดมวรชาติ · สมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2551

ประเด็นข้อพิพาทมีว่า จำเลยมีสิทธิระงับการเบิกถอนเงินของโจทก์จากบัญชีพิพาทหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า ผู้ฝากเงินกับธนาคารมีนิติสัมพันธ์กันตามลักษณะฝากทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 665 บัญชีพิพาทถือมิได้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2550

โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทที่ได้จดทะเบียนแล้ว ย่อมสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยจึงมีหน้าที่นำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8917/2550

สัญญากู้เงินมีข้อความว่า จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ทั้งสอง 476,720 บาท และได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยให้การรับว่าทำสัญญากู้จริงแต่ไม่ได้รับเงินกู้ มูลหนี้ตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการยกข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5740/2550

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ช. เป็นผู้ดำเนินคดีแทน เท่ากับวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติตามคำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้