Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3856/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานขับรถจักรขับรถไฟไปจอดที่สถานีแล้วนำหัวรถจักรไปรับตู้รถสินค้ามาต่อกับตู้รถโดยสารเพื่อเดินทางต่อไปได้ถอยหัวรถจักรเข้าต่อรับเอาตู้รถสินค้าในขณะที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานสับเปลี่ยนคอยให้สัญญาณแก่จำเลยที่ 1 โดยไม่มีพนักงานผู้ช่วยมาคอยควบคุมดูแลความปลอดภัยอยู่ท้ายขบวนรถ เป็นเหตุให้ตู้รถสินค้าที่อยู่ท้ายขบวนถอยหลังไปชนผู้ตายขณะกำลังเดินผ่านข้ามรางรถไฟ ดังนี้จำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 2 และการรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลยที่ 3ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำละเมิดดังกล่าวแต่ผู้ตายคุ้นเคยกับการเดินผ่านข้ามทางรถไฟในบริเวณดังกล่าว เดินผ่านรางรถไฟมาพร้อมกับคนอื่นหลายคนมีผู้ตายประสบอุบัติเหตุเพียงคนเดียว แสดงว่าผู้ตายไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ เดินผ่านข้ามรางห่างตู้รถสินค้าในระยะกระชั้นชิด ต้องถือว่าผู้ตายมีส่วนประมาทเช่นเดียวกัน เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยที่ 2 แต่ผู้ตายก็มีส่วนก่อ ให้เกิดความเสียหาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมรับผิด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่จำเลยครึ่งหนึ่งของค่าเสียหายทั้งหมด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์38,486.25 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ 76,972.50 บาทพร้อมดอกเบี้ยโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าตู้รถสินค้าชนผู้ตายจนเสียชีวิตครั้งนี้เป็นความผิดของฝ่ายใด และจำเลยที่ 2 ที่ 3จะต้องรับผิดหรือไม่เพียงใดนั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากการเผชิญสืบของศาลและคู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่า สถานีรถไฟเขาชุมทองที่เกิดเหตุมีรางรถไฟ 4 ราง ชานชาลาหน้าสถานียาว 150 เมตรอยู่ติดกับรางที่ 1 ถัดไปเป็นรางที่ 2 แล้วมีชานชาลาอีกยาวประมาณ 100 เมตร ต่อไปจึงเป็นรางที่ 3 และรางที่ 4ซึ่งจำเลยว่าเป็นรางแยกออกมาเพื่อให้สับเปลี่ยนรถโดยเฉพาะและไม่ใช้จอดรถรับส่งคนโดยสาร

รางที่ 1 ถึงรางที่ 4แต่ละรางห่างกันประมาณ 3 เมตร และมีทางให้คนข้ามด้วยแต่ตอนเกิดเหตุใช้ไม่ได้เพราะมีตู้รถจอดอยู่ในรางที่ 4ประมาณ 40 ตู้ และจอดอยู่ในรางที่ 3 อีกประมาณ 26 ตู้โดยท้ายสุดเป็นตู้รถสินค้าและจอดเลยตู้รถในรางที่ 4 ไปทางทิศใต้อีก 3 เมตร วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 13.20 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ขับรถไฟขบวน 480 จากหาดใหญ่เข้ามาจอดที่สถานีเขาชุมทองในรางที่ 1 แล้วนำหัวรถจักรออกสับเปลี่ยนตู้รถโดยเอาตู้รถสินค้าไปตัดไว้ในรางที่ 4 จำนวน 1 ตู้ และไปรับเอาตู้รถสินค้าจากรางที่ 3ทั้งหมดมาต่อกับตู้รถโดยสารในรางที่ 1 เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานสับเปลี่ยนคอยให้สัญญาณแก่จำเลยที่ 1 แล้วเกิดเหตุคดีนี้ในขณะจำเลยที่ 1ถอยหัวรถจักรเข้าต่อรับเอาตู้รถสินค้าในรางที่ 3 เพราะตู้รถท้ายขบวนได้เคลื่อนถอยหลังชนทับผู้ตายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในเวลาต่อมามีรายละเอียดบาดแผลตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้องขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ยืนให้สัญญาณด้วยธงสีเขียวกับธงสีแดงอยู่ทางขวามือของพนักงานขับรถในระยะห่างกันประมาณ 10 เมตรและตรงที่จำเลยที่ 2 ยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่ห่างท้ายขบวนรถที่เกิดเหตุประมาณ 150 เมตร

ฝ่ายจำเลยมีนายเดชา จันทรธัมมานายสถานีเขาชุมทองเบิกความประกอบว่า ในกรณีที่ขบวนรถมีความยาวมากเช่นนี้ หัวรถจักรต้องจอดเลยประแจทางสับหลีกไปอีกจนขบวนรถมีลักษณะโค้งไปทางขวามือและทำให้พนักงานขับรถกับพนักงานสับเปลี่ยนมองไม่เห็นท้ายขบวนรถ พนักงานสับเปลี่ยนจะมีผู้ช่วยคอยให้สัญญาณอยู่ท้ายขบวนรถอีกทอดหนึ่งซึ่งในวันเกิดเหตุได้แก่นายคิ่น หนูอนันต์ เพื่อช่วยกันดูแลให้ความปลอดภัยแก่ผู้สัญจรผ่านไปมาขณะมีการสับเปลี่ยนรถหากวันนั้นนายคิ่นมาช่วยปฏิบัติหน้าที่อยู่ทางท้ายขบวนรถจริงก็ต้องบอกกล่าวให้จำเลยที่ 3 โบกธงสีแดงเพื่อห้ามเคลื่อนย้ายรถหรือให้หยุดรถไปแล้วในขณะที่ผู้ตายเดินผ่านข้ามรางที่ 3หรือหากบอกกล่าวไม่ทันเมื่อเกิดเหตุตู้รถสินค้าชนผู้ตายก็ต้องรีบบอกกล่าวให้จำเลยที่ 2 ทราบทันทีก่อนที่ขบวนรถดังกล่าวจะออกไปจากสถานี แต่วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ทราบเรื่องเมื่อขบวนรถนั้นออกจากสถานีไปแล้ว

แสดงว่าตอนเกิดเหตุนายคิ่นไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ท้ายขบวนรถ และจำเลยที่ 2ก็ยังให้สัญญาณแก่จำเลยที่ 1 นำหัวรถจักรถอยหลังไปต่อรับเอาตู้สินค้าในรางที่ 3 ทั้ง ๆ ไม่สามารถมองเห็นและไม่มีพนักงานผู้ช่วยมาคอยควบคุมดูแลความปลอดภัยอยู่ท้ายขบวนรถจึงเป็นเหตุให้ตู้รถสินค้าที่อยู่ท้ายขบวนถอยหลังไปชนผู้ตายขณะกำลังเดินผ่านข้ามรางดังกล่าว และต้องถือว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะจำเลยที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำละเมิดดังกล่าว แต่โจทก์ก็นำสืบยอมรับในเรื่องที่ผู้ตายได้นำของไปขายที่ตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟเขาชุมทองบ่อย ๆแสดงว่าผู้ตายต้องคุ้นเคยกับการเดินผ่านข้ามทางรถไฟในบริเวณดังกล่าวมาแล้วทั้งจะต้องทราบเรื่องการใช้รางที่ 3กับรางที่ 4 เป็นที่สับเปลี่ยนรถด้วยเพราะนางชั้นกับนายทองใบซึ่งมาขายของพร้อมกับผู้ตาย

ก็เข้าเบิกความในฐานะพยานโจทก์ยอมรับในเรื่องที่มีการใช้รางที่ 3 กับรางที่ 4เป็นที่สับเปลี่ยนตู้รถโดยเฉพาะ ยิ่งกว่านั้นนางทองใบยังได้ตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า เมื่อข้ามรางที่ 4 มาแล้วกำลังจะข้ามรางที่ 3 ก็รู้ว่ากำลังมีการสับเปลี่ยนตู้รถเพราะได้ยินเสียง เพียงไม่ทราบว่าจะสับเปลี่ยนตู้รถในรางไหนเท่านั้นการเดินผ่านข้ามทางรถไฟในช่วงเวลาดังกล่าวจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และปรากฏว่าขณะนั้นผู้ตายก็เดินผ่านข้ามทางรถไฟในรางที่ 4 กับรางที่ 3 มาพร้อมกับคนอื่น ๆอีกหลายคน คงมีผู้ตายประสบอุบัติเหตุถูกตู้รถสินค้าชนเพียงคนเดียวแสดงว่าผู้ตายไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ และคงจะเดินผ่านข้ามรางที่ 3 ห่างตู้รถสินค้าในระยะกระชั้นชิดด้วยต้องถือว่าผู้ตายมีส่วนประมาทเช่นเดียวกัน แต่ความเสียหายเกิดขึ้นกับผู้ตายฝ่ายเดียวซึ่งศาลชั้นต้นคิดคำนวณไว้แล้วเป็นเงิน 153,945 บาท

คู่ความทั้งสองฝ่ายก็ไม่โต้แย้งคงมีปัญหาโต้เถียงกันเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับความรับผิดเท่านั้นซึ่งจะต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442ประกอบด้วยมาตรา 223 และตามพฤติการณ์ก็เห็นได้ชัดว่าความเสียหายเกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยที่ 2แต่ผู้ตายก็มีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2ที่ 3 ร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ครึ่งหนึ่งของค่าเสียหายดังกล่าวเป็นเงิน 76,972.50 บาท จึงเป็นการถูกต้องและเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับทั้งสองฝ่าย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรง สายเชื้อ · อาจ ปัญญาดิลก · ไพจิตร วิเศษโกสิน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้