Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3854/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลนัดสืบพยานโจทก์เวลา 9.00 นาฬิกาและสืบพยานจำเลยเวลา 13.30 นาฬิกาในวันเดียวกัน จำเลยไม่มาศาลในเวลาสืบพยานโจทก์ จนศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาแล้วสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวจนหมดพยาน คดีเสร็จการพิจารณาให้รอฟังคำพิพากษา ก่อนศาลพิพากษาคดีในวันนั้นเวลา13.14 นาฬิกา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ดังนี้ศาลชั้นต้นต้องไต่สวนคำร้องว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยจงใจ และมีเหตุสมควรพิจารณาคดีใหม่หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสองประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำได้รับค่าจ้างวันละ 300 บาท จำเลยสั่งให้โจทก์หยุดงานโดยไม่มีกำหนดโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและไม่จ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานถึงวันฟ้อง พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ขอให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน เป็นเงิน2,100 บาท ค่าชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างครั้งสุดท้าย30 วัน เป็นเงิน 9,000 บาทจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ หรือลูกจ้างชั่วคราวของจำเลยโจทก์เป็นพนักงานรับจ้างทั่วไป หากสถานที่ใดต้องการคนทำงานโจทก์ก็ไปทำที่นั้น การทำงานของโจทก์เป็นการทำงานแบบจ้างทำของศาลแรงงานกลางชี้สองสถาน แล้วนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อนในวันที่ 21 มิถุนายน 2532 เวลา 9.00 นาฬิกาและให้นัดสืบพยานจำเลยในวันเดียวกันเวลา 13.30 นาฬิกาถึงวันนัด จำเลยไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 2 ปากโจทก์แถลงหมดพยานศาลแรงงานกลางว่าคดีเสร็จการพิจารณา รอฟังคำพิพากษาวันเดียวกันนั้น ครั้นเวลา 13.14 นาฬิกา ในวันเดียวกันจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่าจดเวลานัดเป็นเวลา 13.30 นาฬิกา จำเลยไม่มีเจตนาไม่มาศาลหรือจงใจขาดนัดพิจารณาแต่อย่างใดศาลแรงงานกลางสั่งว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่9 มิถุนายน 2532 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและให้นัดสืบพยานโจทก์วันที่ 21 มิถุนายน 2532 เวลา 9.00 นาฬิกาจำเลยมีทนายความและผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยเป็นผู้นำคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยพร้อมใบแต่งทนายมายื่นศาล และลงทราบนัดไว้ โดยศาลได้อ่านรายงานกระบวนพิจารณาให้คู่ความฟังก่อนแล้วจึงไม่มีเหตุที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ให้ยกคำร้องแล้ว

ศาลแรงงานกลางได้พิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน และค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง30 วัน รวมเป็นเงิน 11,000 บาท แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษาต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ในการดำเนินคดีนี้ศาลแรงงานกลางชี้สองสถาน แล้วกำหนดให้ฝ่ายโจทก์สืบก่อน ให้จำเลยสืบแก้ โดยนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันเดียวกันเป็นแต่ต่างเวลากัน คือฝ่ายโจทก์เวลา 9.00 นาฬิกา ฝ่ายจำเลยเวลา13.30 นาฬิกา เมื่อจำเลยไม่มาศาลในเวลาสืบพยานโจทก์ จนศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ได้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวจนหมดพยาน คดีเสร็จการพิจารณารอฟังคำพิพากษา แต่จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เมื่อเวลา 13.14 นาฬิกา ในขณะที่ยังอยู่ในระหว่างนัดสืบพยานจำเลยเวลา 13.30 นาฬิกา ตามที่ศาลนัดศาลแรงงานกลางยังหาได้พิพากษาคดีไม่

กรณีจึงต้องดำเนินไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 205 วรรคสอง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ซึ่งศาลแรงงานกลางต้องพิจารณาว่า การที่จำเลยขาดนัดพิจารณานั้นได้เป็นไปโดยจงใจหรือไม่ มีเหตุอันสมควรให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่ได้หรือไม่ ทั้งหากได้ความว่าผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยจดเวลานัดไปผิดจริง ก็จะถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณามิได้ ซึ่งศาลจะทราบข้อเท็จจริงได้ก็โดยการไต่สวนก่อน แต่ศาลแรงงานกลางมิได้ไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ให้ยกคำร้อง จึงไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลย แล้วมีคำสั่งและดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศิลปชัย มัทธุรศ · มาโนช เพียรสนอง · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้