Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3854/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลพิพากษาลงโทษปรับจำเลย5คนโดยรวมปรับเมื่อจะต้องกักขังแทนค่าปรับแม้จำเลยจะถูกลงโทษปรับในความผิดหลายกระทงก็คงกักขังจำเลยทุกคนแทนค่าปรับได้ไม่เกินสองปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา30โดยต้องเฉลี่ยกักขังไปตามสัดส่วนของตัวจำเลยและเมื่อรวมจำนวนวันที่ถูกกักขังของจำเลยทุกคนแล้วต้องไม่เกินสองปีตามที่กำหนดไว้ในมาตรา30.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันมีแร่ดีบุก ขนย้ายแร่และพยายามส่งแร่ดีบุกออกนอกราชอาณาจักร น้ำหนัก 5,000 กิโลกรัม ราคา 1,134,641 บาท 35 สตางค์โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันนำแร่จำนวนดังกล่าว รวมราคาของและค่าภาษีเป็นเงิน 1,184,565 บาท 57 สตางค์ ซึ่งอยู่ในความควบคุมและต้องห้ามส่งออกนอกราชอาณาจักรและยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร และเสียค่าอากรโดยถูกต้องออกไปนอกราชอาณาจักรโดยบรรทุกไปกับเรือยนต์ เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งห้าได้พร้อมแร่ดีบุกและเรือเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 มาตรา 27, 32, 102 ตรี (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 16, 17 (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 105,108, 129, 148, 152, 154 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2516 มาตรา 32 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 มาตรา 18, 21, 23 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 6, 7, 8 ริบของกลาง จ่ายเงินสินบนนำจับและรางวัลแก่สายลับผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย

จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษฐานร่วมกันพยายามลักลอบนำสินค้าหลบหนีศุลกากรออกนอกราชอาณาจักรซึ่งเป็นบทหนัก ปรับ 3,158,841 บาท 52 สตางค์ และลงโทษฐานมีแร่ไว้ในความครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัม ปรับ 5,673,206 บาท80 สตางค์ เรียงกระทงลงโทษเป็นปรับ 8,832,048 บาท 32 สตางค์

จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงปรับ 4,416,024 บาท 16 สตางค์ ริบของกลาง จ่ายเงินสินบนนำจับและรางวัลแก่สายลับผู้นำจับและเจ้าพนักงานผู้จับตามกฎหมาย ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังไว้มีกำหนดคนละไม่เกิน 2 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งห้ารวมเป็นเงิน 4,738,262 บาท 28 สตางค์ รวมค่าปรับฐานมีแร่ไว้ในความครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัม5,673,206 บาท 80 สตางค์ เป็นเงิน 10,411,469 บาท 08 สตางค์ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้วคงปรับ 5,205,734 บาท 50 สตางค์ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังแทนคนละ 4 เดือน 24 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์เพียงว่าจะกักขังจำเลยแทนค่าปรับมีกำหนดเวลาเท่าใด

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษในกระทงความผิดฐานลักลอบนำสินค้าหลบหนีศุลกากรออกนอกราชอาณาจักรและฐานมีแร่ไว้ในความครอบครองเกินกว่า 2 กิโลกรัม โดยรวมปรับทั้งสองกระทงโจทก์มิได้อุทธรณ์ในปัญหาที่ว่าจะต้องรวมปรับหรือเรียงตัวปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31 กรณีจึงเป็นที่ยุติว่าจำเลยทุกคนถูกลงโทษโดยรวมปรับ ดังนั้นเมื่อมีกรณีที่จะต้องกักขังแทนค่าปรับเช่นนี้ถึงแม้จำเลยจะถูกลงโทษปรับในความผิดหลายกระทง การกักขังแทนค่าปรับก็คงกักขังจำเลยทุกคนแทนค่าปรับได้ไม่เกินสองปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 ในเมื่อจำเลยทั้ง 5 คนจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับที่รวมกันอยู่ก็ต้องเฉลี่ยกักขังไปตามสัดส่วนของตัวจำเลยโดยรวมจำนวนวันที่ถูกกักขังของจำเลยทุกคนแล้วไม่เกินกำหนดอัตรากักขังขั้นสูงตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 30 เพราะถ้าจะกักขังจำเลยแต่ละคนไม่เกิน 2 ปี ตามที่โจทก์ฎีกาแล้วก็จะเป็นการกักขังเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการกักขังแทนค่าปรับ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้กักขังแทนค่าปรับคนละ4 เดือน 24 วันนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้