Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3835/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีบุตร 1 คนโดยระบุชื่อมาด้วย อายุ 1 ปี 9 เดือน ขณะผู้ตายมีชีวิตอยู่เป็นผู้อุปการะโจทก์และบุตรโจทก์ เมื่อผู้ตายตายทำให้บุตรโจทก์ขาดไร้อุปการะดังนี้มีความหมายพอเข้าใจว่าบุตรโจทก์ขอเรียกค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิของตนนั่นเอง แต่เพราะเหตุที่บุตรโจทก์มีอายุเพียง 1 ปี 9 เดือน ยังฟ้องเองไม่ได้ โจทก์เป็นมารดาจึงฟ้องแทน ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องในนามของบุตรโดยปริยาย (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 458/2511)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อเด็กชายหฤษฎ์ เตชธรรมรักข์ อายุ 1 ปี 9 เดือน จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังชนรถยนต์ที่ผู้ตายนั่งมาโดยละเมิดเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เอาประกันภัยรถยนต์คันซึ่งจำเลยที่ 1 ขับต่อจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 การที่ผู้ตายตายทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสียค่าใช้จ่ายในการจัดการศพผู้ตายเป็นเงิน 36,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปให้ตำรวจสอบสวน 3 ครั้งเป็นเงิน 1,400 บาท การที่ผู้ตายตายทำให้โจทก์ขาดไร้อุปการะ

คิดเป็นค่าขาดไร้อุปการะเดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลา 10 ปีเป็นเงิน 120,000 บาท และถ้าให้บุตรโจทก์ขาดไร้อุปการะ คิดเป็นค่าขาดไร้อุปการะเดือนละ 1,000 บาท จนกว่าบุตรโจทก์จะบรรลุนิติภาวะ เป็นเวลา 18 ปี เป็นเงิน 216,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสิ้น 373,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่าได้เช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ จำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างขับรถ และจำเลยที่ 2 ได้เอาประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวไว้กับจำเลยที่ 3 จริง เหตุในคดีนี้เกิดขึ้นเพราะความประมาทของคนขับรถยนต์คันที่ผู้ตายนั่งเพียงฝ่ายเดียว องค์การโทรศัพท์จ่ายเงินค่าจัดการศพและเงินสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทของผู้ตายเป็นที่พอใจของทายาทผู้ตายแล้ว และองค์การโทรศัพท์ได้ฟ้องใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ 2 แล้วโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้อีก ค่าจัดการศพไม่ควรเกิน 9,000 บาท ค่าสินไหมทดแทนสำหรับโจทก์และบุตรโจทก์ไม่ควรได้รวมกันเกินเดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 2 ปี เงินค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรโจทก์เป็นสิทธิเฉพาะตัว

โจทก์ฟ้องเรียกเองไม่ได้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมจำเลยที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ภริยาและบุตรโจทก์ไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุรถชนคดีนี้มิใช่ความประมาทของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3 รับประกันภัยไว้จากห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลพันธ์เจริญลพบุรี มิใช่รับประกันภัยจากจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันใช้เงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ เฉพาะจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า เหตุที่รถชนกันเป็นเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียว แล้ววินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2 ในเรื่องโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องว่า

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อเด็กชายหฤษฎ์ เตชธรรมรักข์ อายุ 1 ปี 9 เดือนขณะที่ผู้ตายยังมีชีวิตอยู่เป็นผู้อุปการะโจทก์และบุตรของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิดเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทำให้บุตรโจทก์ขาดไร้อุปการะจึงขอเรียกค่าขาดไร้อุปการะของบุตรโจทก์ เช่นนี้ มีความหมายพอเป็นที่เข้าใจได้ว่าบุตรโจทก์ขอเรียกค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิของตนนั่นเอง แต่เพราะเหตุที่บุตรโจทก์มีอายุเพียง 1 ปี 9 เดือน ยังฟ้องเองไม่ได้ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาและผู้แทนโดยชอบธรรมจึงฟ้องแทน ย่อมถือได้ว่าโจทก์ฟ้องในนามของบุตรโดยปริยาย (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 458/2511)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้