Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3834/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยขุดเอาดินลูกรังในที่ดินของโจทก์ไปขาย ถือได้ว่าเป็นการเอาดินลูกรังของโจทก์ไปโดยทุจริต จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์และเป็นการละเมิดต่อโจทก์.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักเอาดินลูกรังในที่ดินของโจทก์ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335 และให้จำเลยใช้ราคาดินลูกรัง 60,000 บาท หากไม่ชำระให้จำเลยทำพื้นดินของโจทก์ให้คืนสภาพเดิมศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปีให้จำเลยทำที่ดินของโจทก์ให้คงคืนสภาพเดิม หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้จำเลยชำระราคาดินลูกรังให้โจทก์ 6,000 บาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาจำเลยเพียงว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลยเท่านั้น เพราะข้อเท็จจริงนำสืบรับกันแล้วว่าจำเลยขายดินลูกรังในที่ดินพิพาทให้แก่ผู้อื่นไปตามวันเวลาที่กล่าวในฟ้อง ถ้าฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง และจำเลยก็เป็นฝ่ายกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และกระทำละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งจำเลยมิได้ติดใจฎีกาคัดค้านในเรื่องค่าดินลูกรังแต่อย่างใดเกี่ยวกับปัญหานี้ คู่ความรับกันว่าที่ดินพิพาทก็คือที่ดินประมาณ 30 ไร่ ในเขตเส้นสีน้ำเงินซึ่งอยู่นอกเขตเส้นสีแดงตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.3 ที่ดินในเขตเส้นสีน้ำเงินคือที่ดินที่จำเลยอ้างว่าเป็นของตนอยู่ภายในเขตเส้นสีดำซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นของตนตาม น.ส. 3 เลขที่ 210 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 193/2525ของศาลชั้นต้น ที่ดินภายในเส้นสีแดงคือที่ดินที่โจทก์อ้างในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 73/2520 ของศาลชั้นต้นว่าจำเลยบุกรุกที่ดินของตนและเป็นประเด็นให้ศาลฎีกาพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 193/2525ว่าเป็นของจำเลยมีเนื้อที่ 50 ไร่เศษ

ดังนั้นตามคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวจึงยังมิได้วินิจฉัยถึงที่ดินพิพาทซึ่งดูตามแผนที่พิพาทประกอบจะเห็นว่าทั้งโจทก์และจำเลยต่างอ้างว่าเป็นของตนจำนวน 30ไร่เศษว่าเป็นของโจทก์หรือจำเลยเพราะไม่เป็นประเด็นในคดีทั้งสองนั้น ต้องฟังพยานหลักฐานในคดีนี้สืบไป โจทก์มีตัวโจทก์ยืนยันว่าได้รับมรดกเป็นที่ดินแปลงหนึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทจากบิดา สำหรับที่ดินพิพาทได้ให้ผู้อื่นเช่าและให้สามีเข้าทำประโยชน์ต่อเนื่องมาทุกปี ได้แสดงความเป็นเจ้าของหวงแหนมาตลอดด้วยการออก น.ส. 3ในที่ดินพิพาทตาม น.ส. 3 เลขที่ 210 ฟ้องจำเลยข้อหาบุกรุกตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 73/2520 ของศาลชั้นต้นต่อสู้คดีกรณีจำเลยจะขอโอนที่พิพาทไปจาก น.ส. 3 เลขที่ 210 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 193/2525รวมทั้งฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ด้วย

โจทก์มีนายบัญญัติสามีโจทก์มาสืบสนับสนุนโดยตลอด สำหรับที่ดินพิพาทนายบัญญัติเบิกความว่าได้จัดให้นายเหลือ นายแฉล้มเช่าทำมาจน พ.ศ. 2525 แล้วพยานจึงเข้าทำเองอีก 2 ปี โจทก์สืบนายบิน สินเชื้อ และนางพล ภามัง ผู้มีที่ดินทำกินอยู่ข้างเคียงสนับสนุนคำเบิกความของนายบัญญัติไว้ด้วยว่าได้เห็นนายเหลือนายแฉล้มและนายบัญญัติเข้าทำกินในที่ดินพิพาทจริงจำเลยไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเลย พยานหลักฐานโจทก์จึงมีเหตุผลแวดล้อมน่าเชื่อ ส่วนจำเลยมีตัวเองยืนยันว่าบุกเบิกที่ดินพิพาทพร้อมที่ดินส่วนอื่น ๆ รวม 86 ไร่ แต่ไม่ได้ขอออก น.ส. 3สำหรับที่ดินให้เป็นหลักฐานเหมือนบุคคลอื่น กลับปล่อยให้โจทก์ออกน.ส. 3 ทับที่ของตนได้ นับเป็นพิรุธ

สำหรับที่ดินพิพาทนั้นจำเลยอ้างว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2524 เป็นต้นมาได้ให้นายกมล เสนเชื้อ เช่าปลูกมันสำปะหลัง ค่าเช่า 2,000 บาท ต่อปี ปีแรกได้ค่าเช่า 1,500บาท เพราะแล้งจัดมันสำปะหลังไม่ได้ถูกไฟไหม้ ส่วนนายกมลเบิกความว่าเช่าที่ดินพิพาทโดยให้ค่าเช่าล่วงหน้า 2,500 บาทปีที่สองที่เช่าปลูกมันสำปะหลังเสียหายราคาไม่ดี แต่นางมิน ภรรยาจำเลยกลับเบิกความว่าปีที่สองมันสำปะหลังถูกไฟไหม้ และไม่ทราบอัตราค่าเช่า ดังนี้จะเห็นว่าพยานจำเลยให้การขัดกัน ในเรื่องอัตราค่าเช่า วิธีชำระ ตลอดจนลักษณะความเสียหายของมันสำปะหลังในปีที่สองที่ว่าถูกไฟไหม้หรือไม่ ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะได้ครอบครองที่ดินพิพาทดังอ้าง พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักและเหตุผลยิ่งกว่าของจำเลย รับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ เมื่อจำเลยนำเนื้อดินคือดินลูกรังในที่ดินพิพาทไปขายแก่ผู้อื่น ก็ถือได้ว่าเป็นการเอาดินลูกรังของโจทก์ไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์และกระทำละเมิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้