Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3833/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การใช้สิทธิทางศาล หากกระทำโดยไม่สุจริต จงใจแต่จะให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยใช้ศาลเป็นเครื่องกำบัง ก็เป็นการกระทำละเมิดได้ โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยได้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินอันเป็นสามยทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นไป ไม่มีสิทธิในทางภาระจำยอมอีกแล้ว กลับมายื่นคำร้องและนำสืบพยานหลักฐานในการไต่สวนคำร้องโดยจงใจกลั่นแกล้งโจทก์ เพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายหากได้ความเป็นความจริงตามฟ้องก็จะถือว่าจำเลยใช้สิทธิในทางศาลโดยสุจริตมิได้การกระทำของจำเลยอาจเป็นละเมิดต่อโจทก์ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ห้ามโจทก์ โอนขาย จำหน่ายที่ดิน หากมีคำสั่งไปเพราะหลงเชื่อตามพยานหลักฐานเท็จหรือปกปิดความจริงที่จำเลยนำสืบ ย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ได้เช่นเดียวกัน ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะสืบพยานโจทก์จำเลยให้เสร็จสิ้นกระแสความเสียก่อนการสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยเสียจึงถือว่าไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณาเป็นการไม่ชอบ ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้อง คำให้การ แล้วมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่าคำสั่งศาลมิใช่ผลโดยตรงจากการที่จำเลยยื่นคำร้องการกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง เป็นการที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม มาตรา 227 แม้โจทก์จะไม่ได้โต้แย้งไว้ก็มีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาต่อมาได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งได้จดทะเบียนเป็นภารยทรัพย์เกี่ยวกับทางเดินให้แก่ที่ดินโฉนดอื่นซึ่งเดิมเป็นของจำเลย ที่ดินทั้งสองแปลงนี้โจทก์จำเลยเคยพิพาทกันเกี่ยวกับทางภารจำยอม โดยจำเลยได้ฟ้องกล่าวหาว่าโจทก์ละเมิด รุกล้ำทางภารจำยอม ในที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมหลังจากนั้นโจทก์แบ่งแยกที่ดินของโจทก์ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับทางภารจำยอมออกเป็นหลายโฉนดและก่อสร้างตึกแถวลงบนที่ดินที่แบ่งแยกเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป ส่วนที่ดินที่อยู่ในเขตภารจำยอมคงครอบภารจำยอมไว้ดังเดิม จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลในคดีที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าโจทก์ปลูกสร้างตึกแถวรุกล้ำทางภารจำยอมและกำลังจะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกศาลไต่สวนแล้วหลงเขื่อจึงมีคำสั่งห้ามโจทก์โอนขาย หรือจำหน่าย

คำร้องของจำเลยไม่เป็นความจริง ทั้งจำเลยได้โอนที่ดินของตนให้แก่บุคคลอื่นไปแล้ว ไม่มีสิทธิใด ๆเกี่ยวกับทางภารจำยอมอีก เป็นการจงใจกลั่นแกล้งเพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหายทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงินค่าเสียหายทั้งสิ้น 279,899.83 บาท ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวกับค่าเสียหายอีกเดือนละ 29,849 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งห้ามการโอนที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่าโจทก์ก่อสร้างตึกแถวทับทางภารจำยอม ทั้งยังพยายามโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อให้เกิดความยุ่งยากแก่การบังคับคดี จำเลยจึงต้องขอให้ศาลสั่งห้าม เป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริต ไม่ผิดกฎหมายและไม่เป็นละเมิดศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าคำสั่งศาลมิใช่ผลโดยตรงจากการที่จำเลยยื่นคำร้อง

การกระทำของจำเลยฟังไม่ได้ว่าเป็นการละเมิด พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่า ศาลชั้นต้นงดสืบพยานเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยยื่นคำร้องในคดีที่โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามโจทก์ทำการโอนที่ดินแล้วนำพยานหลักฐานเข้าสืบในการไต่สวนคำร้องนั้น เป็นการใช้สิทธิทางศาล หากกระทำโดยไม่สุจริต จงใจแต่จะให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยใช้ศาลเป็นเครื่องกำบัง ก็เป็นการกระทำละเมิดได้

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยได้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินอันเป็นสามยทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นไปไม่มีสิทธิในทางภารจำยอมอีกแล้ว กลับมายื่นคำร้องและนำสืบพยานหลักฐานในการไต่สวนคำร้องโดยจงใจกลั่นแกล้งโจทก์ เพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ดังนี้หากได้ความเป็นความจริงตามฟ้องก็จะถือว่าจำเลยใช้สิทธิในทางศาลโดยสุจริตมิได้การกระทำของจำเลยอาจเป็นละเมิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะสืบพยานโจทก์จำเลยให้เสร็จสิ้นกระแสความเสียก่อน ส่วนที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคำสั่งที่ห้ามโจทก์โอน ขาย จำหน่ายที่ดินเป็นการสั่งไปตามดุลพินิจของศาล มิใช่ผลโดยตรงจากการที่จำเลยยื่นคำร้องนั้น เห็นว่า หากศาลมีคำสั่งไปเพราะหลงเชื่อตามพยานหลักฐานเท็จหรือปกปิดความจริงที่จำเลยนำสืบดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ได้เช่นเดียวกัน ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยเสีย จึงถือว่าไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการพิจารณา เป็นการไม่ชอบ ที่จำเลยยื่นคำแก้ฎีกาว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2525 ให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ธันวาคม2525 โจทก์มีเวลาเพียงพอที่จะโต้แย้งคำสั่งศาล แต่มิได้โต้แย้ง จึงไม่มีสิทธิยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกานั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องคำให้การแล้วมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่าคำสั่งศาลมิใช่ผลโดยตรงจากการที่จำเลยยื่นคำร้อง การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้อง เป็นการที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 227 แม้โจทก์จะไม่ได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้ก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นและฎีกาต่อมาได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการชี้สองสถานและสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3532/2529

เดิมโจทก์เป็นผู้เช่าอาคารและบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรีต่อมาสัญญาเช่าหมดอายุ ทางราชการได้อนุมัติให้ธ เป็นผู้เช่าในนามของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โจทก์ก็ยังคงอยู่ในที่เช่าและคงขายธูป เทียน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13180/2553

ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดชี้สองสถาน ศาลได้สอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้และนัดฟังคำพิพากษา เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี จึงเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4003/2549

โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยซ่อมแซมบ้านให้โจทก์เพียงบางส่วน ขอให้ศาลกำหนดค่าเสียหายของโจทก์ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพียงว่า จำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ได้กำหนดค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5080/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าดำเนินงานสถานีบริการน้ำมันสวัสดิการค่ายสรรพสิทธิประสงค์ ในบริเวณมณฑลทหารบกที่ 22 โดยพลตรี น. ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 22 ในขณะนั้นได้กระทำการในฐานะตัวแทนกองทัพบกจำเลยที่ 1 ให้โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 752/2543

++ เรื่อง เครื่องหมายการค้า ละเมิด ++ ++ ทดสอบทำงานใด้วยระบบ CW เพื่อค้นหาจข้อมูลทาง online เท่านั้น ++ ++ ต้นฉบับต้องแปะภาพ ++ ++ ++ การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ย่อมต้องพิจารณาให้ไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้