Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3828/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ร้องขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ โจทก์จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 226 หากโจทก์มิได้โต้แย้งไว้ก็ไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ เมื่อคำร้องคัดค้านของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นเข้ามาเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ หาใช่คำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่น คำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายหลังจากวันครบกำหนดยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องไม่ และศาลชั้นต้นก็มีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายหลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน จึงไม่อาจถือว่าคำร้องคัดค้าน ของโจทก์เป็นคำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดหนองคาย) พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๕๐๖,๙๘๖.๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ผู้ร้องยื่นคำร้องของเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลจังหวัดบึงกาฬ ศาลจังหวัดบึงกาฬสั่งรับคำร้อง ต่อมาศาลจังหวัดบึงกาฬมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำร้อง ผู้ร้องทราบคำสั่งศาลจังหวัดบึงกาฬหลังจากครบกำหนดเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๐ จึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ต่อศาลชั้นต้นหลังจากครบกำหนดเวลายื่นแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า กรณีเป็นเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๓ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาหลังจากวันครบกำหนดได้ อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดได้ หากมีการถอนการยึดทรัพย์หรือโจทก์สละสิทธิ์ในการบังคับคดี ผู้ร้องขอบังคับคดีต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเฉลี่ยทรัพย์ได้

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ โจทก์จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๖ หากโจทก์มิได้โต้แย้งไว้ก็ไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับ การที่ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ภายหลังจากวันครบกำหนดยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องแล้ว ตามคำร้องคัดค้านของโจทก์ฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ศาลฎีกาได้ตรวจดูคำร้องคัดค้านของโจทก์ฉบับดังกล่าวแล้ว เห็นว่า เป็นเรื่องที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นเข้ามาเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์

หาใช่คำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไม่ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๐ ภายหลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านจึงไม่อาจมีกรณีที่โจทก์จะอ้างคำร้องคัดค้าน ฉบับลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๐ เป็นคำโต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นได้ ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ปัญหาวินิจฉัยต่อไปมีว่า ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่ผู้ร้องนำยึดตามเอกสารหมาย ร.๒ และ ร.๓ ติดภาระจำนองธนาคารกรุงเทพ จำกัด ในมูลหนี้กู้ยืม มูลหนี้ เบิกเงินเกินบัญชี และมูลหนี้ขายลดเช็คพร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๕,๑๗๑,๖๔๑.๗๗ บาท และศาลจังหวัดบึงกาฬมีคำสั่งอนุญาตให้ธนาคารกรุงเทพ

จำกัด ได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่นนอกจากนี้จำเลยยังเป็นหนี้ผู้ร้องตาม คำพิพากษาศาลจังหวัดบึงกาฬเอกสารหมาย ร.๑ เป็นจำนวน ๑,๕๒๐,๒๖๕ บาท ทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ผู้ร้องนำยึดไว้ย่อมไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ให้ผู้ร้องได้อย่างสิ้นเชิง ทั้งข้อที่โจทก์อ้างว่าจะขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึง ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นั้น โจทก์เพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ทั้ง ๆ ที่เคยเบิกความไว้ว่า ทรัพย์ของจำเลยที่ผู้ร้องนำยึดนั้นจะขายได้ราคาประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในชั้นฎีกาโจทก์กลับอ้างราคาเพิ่มขึ้นอีก จึงเห็นได้ว่าโจทก์อ้างราคาเอาตามใจชอบไม่มีเหตุผลจึงไม่น่ารับฟัง ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๐๐๐ บาท แทนผู้ร้อง .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ศรีสง่า · ระพินทร บรรจงศิลป · วิเทพ ศิริพากย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดหนองคาย - นายภุชพงศ์ จรัสทรงกิติ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายดุสิต สิทธิฤทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้