คำฟ้องและคำให้การ
โจทก็ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ข้อ ๕๖, ๘๓ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๙๕ ข้อ ๕๖, ๘๓ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ เดือน จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนดไปถึง ๑๔,๒๑๐ กิโลกรัม เป็นอันตรายต่อสภาพของทางหลวงแผ่นดินอย่างยิ่ง จึงไม่รอการลงโทษ ของกลางริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า ฟ้องโจทก์สมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจำเลยฎีกาว่า คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า โดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย และมิได้บรรยายว่าน้ำหนักของรถที่จำเลยใช้กระทำผิดเป็นเท่าใด เป็นน้ำหนักลงเพลาหรือน้ำหนักบรรทุก ซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิดตามฏกหมายนั้น
พิเคราะห์แล้ว ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ข้อ ๕๖ ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยบัญญัติไว้ว่า "เพื่อรักษาทางหลวง" ผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจประกาศห้ามใช้ยานพาหนะบนทางหลวง โดยที่ยานพาหนะนั้นมีน้ำหนัก น้ำหนักบรรทุกหรือน้ำหนักลงเพลาเกิดกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย..........." จากบทบัญญัติดังกล่าวผู้อำนวยการทางหลวงมีอำนาจประกาศห้ามใช้ยานพานะที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดประการหนึ่ง และห้ามใช้ยานพาหนะที่อาจทำให้ทางหลวงเสียหายอีกประการหนึ่ง คดีนี้โจทก์มุ่งประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้ยานพาหนะที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่ผู้อำนวยการทางหลวงกำหนด ฉะนั้นการที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ว่า จำเลยขับรถยนต์ประเภทประกอบการขนส่งส่วนบุคคล
หมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๐๐๑๓ ระนอง ซึ่งมี ๓ เพลา ๖ ล้อ ชนิดเพลาที่ ๒ ที่ ๓ เป็นเพลาคู่ใช้ยางคู่ ซึ่งตามประกาศของผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินกำหนดว่า ต้องมีน้ำหนักลงเพลาไม่เกินเพลาละ ๘,๒๐๐ กิโลกรัม หรือน้ำหนักยานพาหนะรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๒๑,๐๐๐ กิโลกรัม บรรทุกหินเกล็ดไปตามถนนอันเป็นทางหลวงแผ่นดินโดยมีน้ำหนักยานพาหนะน้ำหนักบรรทุกรวม ๓๕,๒๑๐ กิโลกรัม ซึ่งเกินกว่ากำหนดตามประกาศดังกล่าวไป ๑๔,๒๑๐ กิโลกรัม อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายจึงเป็นการบรรยายถึงองค์ประกอบแห่งความผิดตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษครบถ้วนแล้ว หาจำต้องบรรยายมาด้วยว่าอาจทำให้ทางหลวงเสียหายดังที่จำเลยฎีกาไม่ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้ยานพาหนะที่อาจทำให้ทางหลวงเสียหาย คำฟ้องโจทก์จึงชอบตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน