Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3823/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บันทึกเรื่องทางภารจำยอมและแผนผังสภาพถนนซึ่งต่อท้ายข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมนั้น เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขายที่ดินและตึกแถวซึ่งได้แบ่งแยกจดทะเบียนไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนทางภารจำยอมนี้จะได้มีการจดทะเบียนกันในภายหลังเมื่อรังวัดออกโฉนดเรียบร้อยแล้ว ภารจำยอมเป็นทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงเป็นอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 100 บันทึกดังกล่าวจึงเป็นสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรค 2 เมื่อได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญแล้ว แสดงว่าคู่กรณีเจตนาจะผูกพันกันตามบันทึกนี้ ฉะนั้นจำเลยจะนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารว่า ความจริงโจทก์จำเลยตกลงเรื่องทางภารจำยอมไว้เพียงด้านเดียวหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ต้องฟังว่าตกลงจดทะเบียนภารจำยอมถนนทั้งสี่ด้านตามแผนผังดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 7276 และโจทก์จำเลยกับบุคคลอื่นเป็นเจ้าของร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่ 19170 ซึ่งอยู่ติดกัน จำเลยได้สร้างตึกแถวและตลาดสดบนที่ดินทั้งสองแปลง วันที่ 17 กันยายน 2516โจทก์กับสามีได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน 42 ตารางวาของโฉนดที่ดินเลขที่ 19170 พร้อมตึกแถวเลขที่ 1102 - 1104 จากจำเลย วันที่ 24 เมษายน2517 โจทก์กับจำเลยไปจดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยจำเลยยอมให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยตามส่วนที่โจทก์ซื้อ และได้ทำบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีข้อความว่า ถนนกว้าง6 เมตร ซึ่งมีสภาพเป็นถนนตามแผนผังแนบท้ายสัญญา จำเลยยอมรังวัดแบ่งแยกออกเป็นอีกโฉนดหนึ่งต่างหาก

เมื่อออกโฉนดแล้วจำเลยต้องจดทะเบียนส่วนที่เป็นถนนตามที่ออกโฉนดใหม่ให้เป็นทางภารจำยอมแก่โจทก์และผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมคนอื่น ๆ ด้วย โดยจำเลยจะไม่เรียกร้องค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง คือไม่นำช่างแผนที่ทำการรังวัดที่ดินเพื่อแบ่งแยกโฉนดส่วนที่ตกลงเป็นถนนภารจำยอมให้ครบถ้วนตามแผนผังแสดงถนนภารจำยอมทั้งสี่ด้าน แต่รังวัดเฉพาะด้านหน้าตึกแถวของโจทก์เพียงด้านเดียว โจทก์และผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมได้คัดค้านและบอกกล่าวให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลง แต่จำเลยไม่ยินยอม ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้การว่าบันทึกข้อตกลงเรื่องทางภารจำยอมเป็นเรื่องเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 19170 ไม่เกี่ยวกับที่ดินแปลงอื่น จึงมีเฉพาะส่วนที่ผ่านหน้าตึกแถวของโจทก์เท่านั้น

โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยจดทะเบียนทางภารจำยอมในที่ดินแปลงอื่นทั้งถนนอีก 3 ด้านนั้นจำเลยไม่มีสิทธิที่จะนำช่างรังวัดแบ่งแยกที่ดินได้ คือถนนด้านติดคลองเป็นที่ดินที่กรมชลประทานกันเขตไว้ ถนนด้านติดกับสะพานสำโรงอยู่ในเขตที่ดินของกรมทางหลวง จำเลยได้ปฏิบัติตามสัญญา แต่การออกโฉนดส่วนที่เป็นถนนยังไม่เรียบร้อย จึงจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอมให้แก่โจทก์ไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง บันทึกข้อความด้วยว่าให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมยอมขอรังวัดแบ่งแยกเป็นอีกโฉนดหนึ่งต่างหาก เมื่อออกโฉนดเรียบร้อยผู้ถือกรรมสิทธิ์ต้องจดทะเบียนส่วนที่เป็นถนนตามที่ออกโฉนดใหม่ให้เป็นทางภารจำยอมต่อพนักงานที่ดิน การออกโฉนดยังไม่เสร็จ โจทก์และผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมไม่เคยโต้แย้งหรือคัดค้าน ทั้งไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยปฏิบัติให้ครบถ้วนตามแผนผังแสดงภารจำยอม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยนำรังวัดแบ่งแยกที่ดินโฉนดที่ 19170และ 7276 ออกเป็นโฉนดใหม่ให้เป็นถนนตามแผนผังแสดงถนนภารจำยอมให้ครบทั้ง 4 ด้าน และจดทะเบียนภารจำยอมให้แก่โจทก์โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่ายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

บันทึกเรื่องทางภารจำยอมต่อท้ายข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมและแผนผังแสดงถนนภารจำยอมเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขายที่ดินและตึกแถวซึ่งได้แบ่งแยกจดทะเบียนไปแล้วส่วนหนึ่งสำหรับข้อตกลงส่วนทางภารจำยอมนี้จะได้จดทะเบียนกันในภายหลังเมื่อรังวัดออกโฉนดเสร็จเรียบร้อย ภารจำยอมนั้นเป็นทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จึงเป็นอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 100 บันทึดนี้จึงเป็นสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ อยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง เมื่อได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญแล้ว แสดงว่าคู่กรณีเจตนาจะผูกพันกันตามบันทึกนี้ ฉะนั้นจำเลยจะนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารว่าความจริงโจทก์จำเลยตกลงทางภารจำยอมไว้เพียงด้านเดียวหาได้ไม่เป็นการต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) คดีต้องฟังว่าจำเลยตกลงจะจดทะเบียนภารจำยอมถนนทั้งสี่ด้านตามแผนผังแสดงถนนภารจำยอมพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกอบ วณิคพันธุ์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้