คำฟ้องและคำให้การ
คดีทั้ง 4 สำนวนนี้ ซึ่งศาลสั่งพิจารณารวมกัน
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 16 ถึง 23 เมษายน 2497 เวลากลางวันและกลางคือต่อเนื่องกัน จำเลยในคดีนี้ได้บังอาจสมคบกันหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ ฯลฯ โดยลงประกาศว่า "...ฯลฯ ปรากฏว่ายังมีโรงงานผลิตรองเท้ายางหลายโรงได้ละเมิดต่อเครื่องหมายการค้าตราดาวของบริษัทโดยได้บังอาจทำรองเท้ายางปลอมขึ้น โดยใช้ตราดาวของบริษัทประทับบนพื้นรองเท้า เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นรองเท้ายางที่ทำขึ้นโดยบริษัทนานยางฯ จำกัด และพ่อค้ารองเท้ายางอีกจำนวนมากก็ได้ทำการจำหน่ายรองเท้าตราดาวปลอม โดยรู้เพื่อรักษาประโยชน์ของบริษัทนานยาง จำกัด จึงได้ดำเนินการกับโรงงานทำรองเท้ายางตราดาวปลอม โดยนำจับโรงงานทำรองเท้ายางตราดาวปลอมต่อกองปราบ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางดำเนินคดีต่อไป คือบริษัทไทยเยี่ยม (โรงงานยาง) จำกัดบริษัทเคี้ยงมุ้ยอุตสาหกรรม จำกัดบริษัทโดลี่อุตสาหกรรม จำกัด "ข้อความที่ลงพิมพ์เป็นข้อความหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้เสียชื่อเสียง หรืออาจทำให้คนดูหมิ่นเกลียดชัง จึงฟ้องขอให้ศาลลงโทษ และให้จำเลยพิสูจน์ความจริงจำเลยต่อสู้คดีว่า ได้ทำไปเพื่อป้องกันและรักษาประโยชน์ของจำเลยที่ 2 ๆ ได้มอบให้จำเลยที่ 1 โฆษณาในหนังสือพิมพ์ จึงได้รับความยกเว้นไม่เป็นผิด ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 283(1)
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายที่ฎีกาขึ้นมาว่า แม้ถึงว่าพฤติการณ์แห่งข้อเท็จจริงตามที่ศาลทั้งสองฟังต้องกันมาดังกล่าวแล้วนั้นมีความหมายหมิ่นประมาทโจทก์ก็ดี ก็ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต ในการป้องกันประโยชน์แห่งการค้าของฝ่ายตนอันชอบด้วยกฎหมาย จึงต้องด้วยข้อยกเว้นตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 283(1) จึงไม่มีโทษฐานหมิ่นประมาท
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน