Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสี่ร่วมกันทำร้ายโจทก์ร่วม โดยจำเลยที่ 1 ใช้มีดฟันถูกฝ่ามือข้างซ้ายบริเวณโคนนิ้วก้อยและนิ้วนางของโจทก์ร่วม ทำให้เอ็นนิ้วก้อยและนิ้วนางขาด และเส้นประสาทขาด โจทก์ร่วมต้องรักษาตัวอยู่นานถึง 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็ยังไม่สามารถใช้นิ้วมือนับธนบัตรได้ตามหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามปกติ เป็นกรณีที่โจทก์ร่วมไม่สามารถประกอบกรณียกิจตามปกติได้เกินกว่ายี่สิบวัน การกระทำของจำเลยทั้งสี่จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8),83

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 297, 371, 83, 91, 58 และบวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1ที่รอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ด้วยจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่า เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ตามฟ้องจริงระหว่างพิจารณา นายสุริยันต์ เย็นเจริญ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ปรับ 90 บาท คำให้การของจำเลยที่ 1ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณานับว่าเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 4 เดือนปรับ 60 บาท บวกโทษจำคุก 4 เดือน ของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ตามคดีหมายเลขแดงที่ 3230/2532 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 12 เดือนและปรับ 60 บาทจำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน

จำเลยที่ 1มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ปรับ 90 บาท คำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี ปรับ 60 บาท บวกโทษจำคุก4 เดือน ของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ตามคดีหมายเลขแดงที่3230/2532 ของศาลชั้นต้น รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือนปรับ 60 บาทโจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาว่า จำเลยทั้งสี่ควรมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ส่วนจำเลยที่ 1 ฎีกาว่าไม่มีความผิดและขอให้ลดโทษหรือรอการกำหนดโทษ ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1โจทก์ร่วมเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ร่วมจับลูกบิดประตูดันไว้จำเลยที่ 1 ใช้มีดดาบยาวประมาณ 2 ฟุต

ฟันเข้าไประหว่างช่องประตูซึ่งปิดไม่ได้ ถูกฝ่ามือข้างซ้ายบริเวณโคนนิ้วก้อยและนิ้วนางของโจทก์ร่วม ทำให้นิ้วก้อยของโจทก์ร่วมขาดห้อยลงไป นอกจากนั้นโจทก์และโจทก์ร่วมยังมีนายนิพนธ์ เย็นเจริญ เป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันจำเลยที่ 1 นำสืบรับว่า ขณะเกิดเหตุได้ใช้มีดโต้ขวางประตูไว้จริง เห็นว่า เหตุเกิดเวลากลางวันไม่มีเหตุระแวงว่าพยานโจทก์และโจทก์ร่วมจะให้การปรับปรำจำเลยที่ 1 ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามที่พยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1ใช้มีดฟันโจทก์ร่วมจริง โจทก์ร่วมเบิกความต่อไปว่าเมื่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แพทย์ผู้รักษาบอกว่าเอ็นนิ้วก้อยและเอ็นนิ้วนางขาดและเส้นประสาทขาด แพทย์รับตัวได้เป็นคนไข้ในอยู่โรงพยาบาลประมาณ1 สัปดาห์ และออกไปรักษาตัวต่อที่บ้านอีกประมาณ 3 สัปดาห์ จึงสามารถไปทำงานได้ แต่ยังต้องเข้าเฝือกอยู่

การธนาคารกสิกรไทยซึ่งเป็นนายจ้างได้เปลี่ยนหน้าที่ไปอยู่สำนักงานใหญ่ แต่ไม่ได้มอบหมายงานให้ เพราะยังไม่สามารถใช้มือได้ จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์จึงถอดเฝือกและสามารถใช้มือได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้โจทก์และโจทก์ร่วมยังมีนายแพทย์ถาวร สุทธิยุทธ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ตรวจรักษาโจทก์ร่วมเบิกความเป็นพยานว่าบาดแผลของโจทก์ร่วมต้องใช้เวลารักษาไม่ต่ำกว่า 3 สัปดาห์จึงจะหาย ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของโจทก์ร่วม ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบและศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กายต้องรักษาตัวอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็ยังไม่สามารถใช้นิ้วมือนับธนบัตรได้ตามหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามปกติเป็นกรณีที่โจทก์ร่วมไม่สามารถประกอบกรณียกิจตามปกติได้เกินกว่ายี่สิบวัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยโดยคู่ความมิได้ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมจำเลยทั้งสี่จึงต้องมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง และเห็นว่าโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดมานั้นเหมาะสมกับพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว และที่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการกำหนดโทษให้แก่จำเลยที่ 1 ก็เป็นการใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้