Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ว. บุตรผู้เยาว์ของจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาทชนรถยนต์โดยสารโจทก์ซึ่งลูกจ้างของโจทก์ขับสวนทางมารถยนต์โดยสารทับรถจักรยานยนต์ ว. พาครูดไปตามถนนจนเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่รถจักรยานยนต์ ลูกจ้างของโจทก์มีโอกาสจะขับรถถอยหลังออกไปให้พ้นจากรถจักรยานยนต์ได้ แต่ไม่กระทำกลับทิ้งรถหลบหนีไป จนเป็นเหตุให้ไฟลุกลามไปไหม้รถโดยสารโจทก์เสียหาย ดังนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับความเสียหายของรถโจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายก่อให้เกิดความเสียหายอยู่ด้วยและเป็นฝ่ายที่ก่อให้ความเสียหายเกิดขึ้นยิ่งกว่าฝ่ายจำเลย ค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับทั้งหมดจึงให้ตกเป็นพับแก่โจทก์ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุลูกจ้างของโจทก์จะขับรถโดยสารอยู่ในช่องทางเดินรถช่องที่ 3 อันเป็นการปฏิบัติผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 ที่บังคับให้รถยนต์โดยสารประจำทางวิ่งในช่องทางเดินรถช่องที่ 1 หรือช่องทางด้านซ้ายสุด แต่การปะทะกันของรถทั้งสองคันก็หาใช่ผลโดยตรงที่เกิดจากการขับรถผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรของลูกจ้างโจทก์ไม่ หากแต่เป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของ ว. ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายวิเชียรผู้ตายซึ่งเป็นบุตรผู้เยาว์อยู่ในความปกครองของจำเลยทั้งสอง ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาทแฉลบไปชนรถยนต์โดยสารประจำทางของโจทก์ซึ่งลูกจ้างของโจทก์ขับสวนทางมา รถโจทก์ทับถูกรถนายวิเชียรและครูดไปตามถนนเกิดเพลิงไหม้ที่รถนายวิเชียรแล้วลุกลามมายังรถโจทก์ ทำให้เกิดเพลิงไหม้เสียหายหมดทั้งสองคัน จึงขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า เหตุรถชนกันเป็นเพราะความประมาทของลูกจ้างโจทก์ และความเสียหายของรถโจทก์จะไม่เกิดขึ้นหากลูกจ้างโจทก์ไม่หลบหนีและขับรถถอยหลังออกไป การกระทำโดยประมาทของลูกจ้างโจทก์เป็นเหตุให้นายวิเชียรบุตรจำเลยถึงแก่ความตาย และรถจักรยานยนต์เสียหาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสอง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เหตุที่รถชนกันเป็นเพราะความประมาทของนายวิเชียรบุตรจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้จำเลยและให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองเสียด้วย โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการที่รถทั้งสองคันเกิดปะทะกันนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ตาย แม้จะปรากฏว่าในขณะเกิดเหตุ ลูกจ้างของโจทก์จะขับรถโดยสารอยู่ในช่องทางเดินรถช่องที่ ๓ อันเป็นการปฏิบัติผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกที่บังคับให้รถโดยสารประจำทางวิ่งในช่องทางเดินรถช่องที่ ๑ หรือช่องทางซ้ายสุด แต่การปะทะกันของรถทั้งสองคันก็หาใช่ผลโดยตรงที่เกิดจากการขับรถผิดต่อกฎข้อบังคับในการจราจรของลูกจ้างโจทก์ไม่ แต่เป็นผลโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของผู้ตาย โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายของจำเลยทั้งสอง สำหรับความเสียหายของโจทก์นั้น ได้ความว่าไฟหาได้ลุกไหม้ขึ้นที่รถยนต์โดยสารของโจทก์ในทันทีทันใดที่รถทั้งสองคันเกิดปะทะกันไม่ แต่ได้ลุกไหม้ที่รถจักรยานยนต์ก่อนจึงมีช่วงระยะเวลาพอที่นายบุญลือลูกจ้างโจทก์จะทำการถอยหลังรถยนต์โดยสารออกไปให้พ้นจากจุดที่ชนกันเพื่อให้พ้นจากอันตรายจากไฟที่กำลังลุกไหม้ที่รถจักรยานยนต์ได้ แต่ในทันทีที่เกิดเหตุนายบุญลือคนขับรถโดยสารของโจทก์ได้หลบหนีไปเป็นการละเลยไม่บำบัดปัดป้องหรือบรรเทาความเสียหายแต่อย่างใดเลย

ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสและช่วงเวลาพอที่จะกระทำเพื่อให้รถโดยสารของโจทก์รอดพ้นจากอันตรายที่จะถูกไฟที่ลุกลามมาจากรถจักรยานยนต์ไหม้เสียหายทั้งคัน ส่วนฝ่ายผู้ตายมิได้มีโอกาสเช่นนั้น เพราะผู้ตายถูกรถจักรยานยนต์ทับอยู่ ดังนั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับความเสียหายของโจทก์จึงถือได้ว่าฝ่ายโจทก์เป็นฝ่ายที่ก่อให้เกิดความเสียหายอยู่ด้วย และเป็นฝ่ายที่ก่อให้ความเสียหายเกิดขึ้นยิ่งกว่าฝ่ายจำเลยเป็นอย่างมาก เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ความเสียหายที่โจทก์ได้รับทั้งหมดตกเป็นพับแก่โจทก์ฝ่ายเดียว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้