Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3809/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คพิพาทชำระหนี้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 สลักหลังแล้วมอบให้ ช. พนักงานของจำเลยที่ 2 นำไปขายลดแก่โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ช. นำเช็คพิพาทไปเสนอต่อบริษัทโจทก์แล้วบอกแก่พนักงานของโจทก์ว่า จะออกไปข้างนอกสักครู่แล้วจะกลับมารับเงินค่าขายลดเช็ค ระหว่างนั้นมีผู้ปลอมตัวแต่งเครื่องแบบเป็นพนักงานของจำเลยที่ 2 นำดอกเบี้ยค่าขายลดเช็คมาชำระและขอรับเงินค่าขายลดเช็ค เมื่อ ช. กลับมาที่บริษัทโจทก์ปรากฏว่าโจทก์มอบเช็คค่าขายลดเช็คให้แก่บุคคลผู้นั้นไปและมีผู้นำเช็คนั้นไปขึ้นเงินไปแล้ว ดังนี้โจทก์ขาดความระมัดระวังเช่นบุคคลผู้ประกอบธุรกิจการเงินจะต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นผู้ผิดในการชำระหนี้ค่าขายลดเช็คพิพาทให้แก่ผู้ไม่มีอำนาจรับ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้จ่ายเงินค่าขายลดเช็คให้แก่จำเลยที่ 2 ไปแล้ว การขายลดเช็คพิพาทไม่สมบูรณ์โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทเพราะจำเลยที่ 1 แจ้งอายัดไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ใช้เงินตามเช็คนั้น(ตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 1024/2525)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 83,400 บาทซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงชื่อสั่งจ่าย จำเลยที่ 3 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะของกรรมการบริษัทจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อเป็นผู้สลักหลังและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 2 ที่เช็ค เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเข้าบัญชีที่ธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็คธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คโดยแจ้งว่า"มีคำสั่งระงับการจ่าย" โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินตามเช็คและดอกเบี้ย 92,261.25 บาทแก่โจทก์ กับให้ใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในต้นเงิน 83,400 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า

ได้สั่งจ่ายเช็คตามฟ้องให้บริษัทจำเลยที่ 2เพื่อชำระหนี้ จำเลยที่ 1 ได้รับแจ้งจากจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ได้นำไปขายลดเช็คแก่บริษัทโจทก์ แต่ด้วยความประมาทเลินเล่อของโจทก์และเจตนาทุจริตต้องการฉ้อฉลจำเลยที่ 2 โจทก์ได้จ่ายเงินค่าลดเช็คแก่บุคคลอื่นไป จำเลยที่ 2 จึงสั่งจำเลยที่ 1 อายัดเช็คดังกล่าว จำเลยที่ 1ได้กระทำไปโดยสุจริต จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์และไม่ต้องรับผิดในค่าดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยที่ 2 มอบเช็คให้ลูกจ้างนำไปขายลดเช็คแก่โจทก์ แต่ด้วยความเลินเล่อของโจทก์และด้วยเจตนาทุจริตต้องการฉ้อฉลจำเลยที่ 2 โจทก์อ้างว่าได้จ่ายเงินตามเช็คให้แก่บุคคลอื่น

จำเลยที่ 2 ไม่ได้รับเงินค่าขายลดเช็คจากโจทก์จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด ส่วนจำเลยที่ 3 ได้กระทำในฐานะกรรมการบริษัทจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้จ่ายเงินค่าซื้อเช็คโดยเชื่อว่าผู้รับเป็นพนักงานของจำเลยที่ 2 โจทก์เป็นผู้มีเช็คพิพาทไว้ในครอบครองสันนิษฐานว่าเป็นผู้ทรงโดยชอบและสุจริต จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้ลงชื่อสลักหลัง ย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับเงินตามเช็ค จำเลยทั้งสามต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินและดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

การที่พนักงานของจำเลยที่ 2 นำเช็คไปขายลดเช็คแก่โจทก์แล้วไม่ได้รับเงินค่าขายเพราะมีบุคคลอื่นไปสวมรอยรับแทนนั้น เป็นความประมาทเลินเล่อของพนักงานจำเลยที่ 2 โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้สลักหลังจึงต้องร่วมกันรับผิดใช้เงินตามเช็คแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย ส่วนจำเลยที่ 3เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คและประทับตราสำคัญของบริษัทจำเลยที่ 2 ถือว่ากระทำแทนบริษัทจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ผู้รับซื้อเช็คต้องใช้ราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่นายโชคชัย พนักงานของบริษัทจำเลยที่ 2 ผู้มีอำนาจรับชำระหนี้แทนจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453, 315เมื่อได้ความว่านายชวลิต พนักงานของโจทก์มอบเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายเงินเป็นราคาทรัพย์สินที่ซื้อให้แก่บุคคลอื่นไปและจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้สัตยาบันการชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อจึงไม่สมบูรณ์ และความเสียหายอันเกิดจากการชำระหนี้ไม่สมบูรณ์ครั้งนี้จะถือว่าเป็นความผิดของจำเลยที่ 2 ไม่ได้เพราะนายโชคชัยบอกว่าจะออกไปข้างนอกบริษัทโจทก์สักครู่แล้วจะมาขอรับเงินค่าขายลดเช็ค แสดงว่านายโชคชัยจะมารับเงินค่าขายลดเช็คจากนายชวลิตด้วยตนเอง เมื่อปรากฏว่ามีบุคคลอื่นมาขอรับเงินจากนายชวลิต

แม้จะแต่งเครื่องแบบพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 2 ก็ตามก็ย่อมเป็นที่สะดุดใจ การมอบเช็คซึ่งสั่งจ่ายเงินจำนวนมากเช่นนี้ บุคคลผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินจำต้องใช้ความระมัดระวังในการมอบเป็นพิเศษ บริษัทโจทก์รับซื้อลดเช็คจากบริษัทจำเลยที่ 2 มานานถึง 5 ปี ย่อมทราบหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานจำเลยที่ 2 ดี แต่หาได้โทรศัพท์สอบถามจำเลยที่ 3 ผู้มีหนังสือขายลดเช็คของจำเลยที่ 2 ให้ได้ความแน่นอนเสียก่อนว่าได้มอบหมายให้พนักงานคนอื่นไปรับเงินแทนนายโชคชัยหรือไม่ กลับมอบเช็คให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่นายโชคชัยไป ฝ่ายโจทก์จึงเป็นผู้ผิดนัดในการชำระหนี้ให้แก่ผู้ที่ไม่มีอำนาจรับ เมื่อการขายลดเช็คไม่สมบูรณ์เพราะความผิดของโจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้จ่ายเงินค่าขายลดเช็คให้จำเลยที่ 2 โจทก์จึงยังไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยทั้งสามรับผิดชดใช้เงินตามเช็คได้พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้