Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3807/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์เสียขาไปข้างหนึ่งและต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานนับว่าเป็นความเสียหายแก่ร่างกายและอนามัยของโจทก์ ถือเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารปรับอากาศรับจ้างของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ขับรถยนต์บรรทุกถังนมของจำเลยที่ 4ด้วยความประมาทโดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งขับรถสวนทางกันได้ขับรถเข้าทางโค้งแล่นกินทางเข้าไปในช่องทางจราจรของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันทำให้โจทก์ซึ่งโดยสารมาในรถยนต์โดยสารปรับอากาศซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาขวาขาดต้องออกจากงาน ทำให้ขายรายได้จากที่โจทก์ทำงานอยู่ได้รับเงินเดือน เดือนละ 11,000 บาท คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน132,000 บาท และเสียหายจากการที่โจทก์เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงในอนาคตเป็นเงิน 666,000 บาท เสียค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายต่าง

ๆ จำนวน 144,000 บาท และโจทก์ต้องเสียอวัยวะขาขาดเป็นการทนทุกขเวทนาคิดเป็นค่าเสียหายจำนวน 300,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,240,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้เงิน 1,240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 132,000 บาท และ 144,000 บาท นับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องและนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ กับใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงิน 666,000 บาท และ 1,240,000บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 มิได้เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุและจำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างหรือกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ไม่ได้มีส่วนประมาทด้วย

เหตุเกิดขึ้นเพราะจำเลยที่ 3 ประมาทแต่เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น โจทก์เสียหายน้อยกว่าที่ฟ้องค่าเสียหายจากเงินเดือนไม่เกิน 36,000 บาท เสียค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายไม่เกิน 20,000 บาท ค่าเสียอวัยวะคือขาขาดไม่เกิน20,000 บาท ค่าขาดความสามารถในการประกอบอาชีพไม่เกิน 30,000 บาทรวมค่าเสียหายไม่เกิน 106,000 บาทจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 4 มิใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ และจำเลยที่ 3 ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 4เหตุเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ค่าเสียหายของโจทก์เรียกมาสูงเกินสมควรศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2ส่วนจำเลยที่ 3 มิได้เป็นฝ่ายประมาท

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด พิพากษาให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันใช้เงินจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 3และที่ 4จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารปรับอากาศแซงรถยนต์คันอื่นขึ้นไปชนกับรถยนต์ที่จำเลยที่ 3 ที่ขับสวนทางมาในเส้นทางเดินรถของจำเลยที่ 3 ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้ววินิจฉัยว่า

ส่วนข้อที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ต้องทนทุกข์ทรมานและเสียขาข้างหนึ่ง จำนวน 100,000 บาท นั้นมากเกินไป เพราะโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายในการทนทุกข์ทรมาน ค่าเสียหายส่วนนี้จึงไม่ควรเกินกว่า 50,000 บาท นั้น เห็นว่าการที่โจทก์เสียขาไปข้างหนึ่งและต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานนับว่าเป็นความเสียหายแก่ร่างกายและอนามัยของโจทก์ ถือเป็นความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะเรียกค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 2ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 และสำหรับกรณีของโจทก์นี้ ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท เป็นค่าเสียหายที่พอสมควรแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ขอให้จำเลยทั้งสี่ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดเฉพาะค่าเสียหายจำนวน 132,000 บาท และ 144,000 บาทส่วนค่าเสียหายจำนวนอื่นขอให้ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องรวมกันมาทุกรายการเป็นเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิด จึงเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำฟ้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และค่าเสียหายดังกล่าวเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้

แม้จำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้เงินจำนวน500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 12,000 บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2558

ผลของการทำละเมิดของจำเลยที่ 3 ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บกระดูกขาขวาท่อนล่าง ซึ่งมี 2 ท่อนคู่กันกระดูกแต่ละท่อนได้หัก 2 แห่ง และมีแผลฉีกขาดที่ปลายขาขวา ยาว 20 เซนติเมตร แพทย์ต้องตัดเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4571/2556

ในคดีเดิมอันเป็นมูลเหตุของคดีนี้คือคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1027/2552 ของศาลชั้นต้น มีโจทก์คดีนี้เป็นผู้เสียหาย ศาลในคดีดังกล่าวยังได้อนุญาตให้โจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ร่วมด้วย จึงฟังได้ว่าโจทก์คดีนี้เป็นผู้เส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6092/2552

จำเลยที่ 3 มิได้ตรวจดูอาการของโจทก์ตั้งแต่แรกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพนมสารคามด้วยตนเอง แต่วินิจฉัยโรคและสั่งการรักษาอาการของโจทก์ตามที่ได้รับรายงานทางโทรศัพท์จากพยาบาลแทนโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2548

ขณะเกิดเหตุ เด็กชาย ด. บุตรโจทก์ขับรถจักรยานยนต์เปลี่ยนช่องเดินรถจากช่องเดินรถที่ 2 เป็นช่องเดินรถที่ 1 และอยู่ห่างจากสี่แยกประมาณ 30 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่รถจะเลี้ยวขวาจะต้องชิดทางด้านขวาสุดของทางเดิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้