Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3797/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ทั้งสี่อ้างว่าโจทก์ทั้งสี่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองที่ดินนั้นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 18 ปีนั้น เป็นการได้อสังหาริมทรัพย์มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม เมื่อไม่ปรากฏว่าการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างจำเลยทั้งหกกระทำโดยไม่สุจริตและโจทก์ทั้งสี่ยังมิได้จดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งมิได้มีคำขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาท โจทก์ทั้งสี่จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกคืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสี่อันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 6 ร่วมกันหรือแทนกันคืนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 636 ตำบลท่าแร้ง (จรเข้บัว) อำเภอบางเขน (บางกะปิ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 13 ไร่ 1 งาน 62.8 ตารางวา หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงิน 67,561,200 บาท ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันหรือแทนกันคืนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 204408 ตำบลท่าแร้ง (จรเข้บัว) อำเภอบางเขน (บางกะปิ) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 40.6 ตารางวา หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาเป็นเงิน 25,074,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขาดนัดยื่นให้คำให้การ จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีสามารถวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยาน

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 โดยกำหนดค่าทนายความให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 จำนวน 15,000 บาท จำเลยที่ 6 จำนวน 10,000 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 636 ตำบลท่าแร้ง (จรเข้บัว) อำเภอบางเขน (บางกะปิ) กรุงเทพมหานคร และโฉนดเลขที่ 204408 ตำบลท่าแร้ง อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่รวม 18 ไร่ 1 งาน 3 ตารางวา โดยการครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 18 ปี แต่ยังมิได้ดำเนินการแก้ไขทางทะเบียน เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 204408 เป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 636 ต่อมามีการแบ่งกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนระหว่างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับจำเลยที่ 4 โดยจำเลยที่ 5 แล้ว จำเลยที่ 4 โดยจำเลยที่ 5 ดำเนินการแยกโฉนดที่ดินออกเป็นโฉนดเลขที่ 204408 และจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 กับจำเลยที่ 4 โดยจำเลยที่ 5 โอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงดังกล่าวตามลำดับเพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 6 หลังจากนั้นจำเลยที่ 6 โอนขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงให้แก่บริษัทซี

ไอ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แล้วบริษัทดังกล่าวโอนที่ดินพิพาททั้งแปลงให้แก่บริษัทควอลิตี้เฮาส์ จำกัด (มหาชน) และตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ทั้งสี่ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 6 ร่วมกันหรือแทนกันคืนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 636 หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนแก่โจทก์ทั้งสี่ กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันหรือแทนกันคืนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 204408 หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแก่โจทก์ทั้งสี่ เห็นว่า การที่โจทก์ทั้งสี่อ้างว่าโจทก์ทั้งสี่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงโดยการครอบครองที่ดินนั้นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 18 ปี นั้นเป็นการได้อสังหาริมทรัพย์มาโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม

เมื่อไม่ปรากฏว่าการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างจำเลยทั้งหกกระทำโดยไม่สุจริตและโจทก์ทั้งสี่ยังมิได้จดทะเบียนการได้มาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งมิได้มีคำขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาททั้งสองแปลง โจทก์ทั้งสี่จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกคืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสี่อันจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปดารณี ลัดพลี · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายพีระ จุ่งพิวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ รัตตมณี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2573/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1266/2545
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ254/2546
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้