Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3794/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยฟ้องแย้งเรียกเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ย ค่าเสียหายหรือค่าเก็บรักษาสินค้าซึ่งล้วนเป็นผลโดยตรงจากการที่โจทก์จะต้องรับผิดเพื่อการส่งของไม่ตรงตามคำพรรณนาซึ่งห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 504 เมื่อจำเลยฟ้องแย้งเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2527 จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 ได้สั่งซื้อเครื่องจักร 1 เครื่องจากโจทก์เป็นเงิน15,743 ดอยซ์มาร์ค ต่อมาวันที่ 2 มีนาคม 2528 จำเลยทั้งสองรับเครื่องจักรไปจากโจทก์ถูกต้องเรียบร้อยแล้ว แต่จำเลยที่ 1ไม่ยอมชำระเงินที่ยังค้างอยู่ 8,000 ดอยซ์มาร์ค ให้โจทก์โจทก์ก็มีหนังสือทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระแต่จำเลยทั้งสองผัดผ่อนเรื่อยมา และมิได้ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์จึงให้ทนายความมีหนังสือทวงถาม จำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 10,396.71 ดอยซ์มาร์ค หรือเท่ากับ 134,637.39 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ในต้นเงิน 8,000ดอยซ์มาร์ค หรือ 103,600 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม2527 จำเลยสั่งซื้อเครื่องจักรเก่ายี่ห้อเรียลเมคารุ่นแบบบีอาร์ 250 ตามตัวอย่างในแคตตาล็อกจากโจทก์ ซึ่งโจทก์เสนอขายในราคา 15,743 ดอยซ์มาร์ค จำเลยชำระเงินล่วงหน้า7,743 ดอยซ์มาร์ค แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2528เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจรับสินค้าที่ท่าเรือพบว่า เครื่องจักรที่โจทก์ส่งมาเป็นรุ่นแบบบีอาร์ 200 ไม่ตรงกับใบกำกับสินค้าจำเลยจึงต้องเสียเงินค่าประกันสินค้าให้กับกรมศุลกากร 24,654.46บาท เพื่อนำเครื่องจักรดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ มิฉะนั้นเครื่องจักรดังกล่าวจะถูกเก็บไว้ที่คลังสินค้าจนกว่าจะส่งมอบใบกำกับสินค้าที่ถูกต้องมาให้ ซึ่งจะต้องมีพิธีการอีกมากอาจทำให้โจทก์และจำเลยเสียหาย

หลังจากนั้นจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบเพื่อนำสินค้าหรือปรับราคาสินค้าให้ตรงกับราคาที่แท้จริงและโจทก์ให้เจ้าหน้าที่หอการค้าเยอรมัน-ไทย ตรวจสอบอีกครั้ง ก็ได้ผลเป็นรุ่นแบบ บีอาร์ 200ไม่ใช่ 250 ตามที่ตกลงซื้อขาย จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินตามฟ้องหรือคิดค่าเสียหายจากจำเลยคดีโจทก์ขาดอายุความเพราะโจทก์ฟ้องเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ การที่โจทก์ส่งเครื่องจักรผิดข้อตกลงทำให้จำเลยเสียหายต้องเสียค่าปรับที่กรมศุลกากรและผิดสัญญากับบุคคลภายนอก เนื่องจากไม่ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อได้ ขอให้ยกฟ้อง และบังคับโจทก์ให้คืนเงิน 7,743 ดอยซ์มาร์ค หรือ 100,271.85 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2527จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย และคืนเงินค่าปรับ 24,654.46 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 2 มีนาคม2528 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากจำเลยต้องผิดสัญญากับบุคคลภายนอกเป็นเงิน 50,000 บาทกับค่าเก็บรักษาเครื่องจักรที่จำเลยเก็บรักษาไว้ตั้งแต่วันที่2 มีนาคม 2528 ถึงวันฟ้อง ในอัตราเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา1 ปี 10 เดือน เป็นเงิน 110,000 บาท จนกว่าโจทก์จะรับสินค้าคืนไปจากจำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความแล้วเพราะไม่ได้ฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันส่งมอบสินค้า คือวันที่2 มีนาคม 2528ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งจำเลย โจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การซื้อขายเครื่องจักรระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นการซื้อขายตามคำพรรณนา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 503จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้รับเครื่องจักรวันที่ 2 มีนาคม 2528 ฟ้องแย้งวันที่ 28 มกราคม 2530 คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดอายุความหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 504บัญญัติว่า ในข้อรับผิดเพื่อการส่งของไม่ตรงตามตัวอย่างหรือไม่ตรงตามคำพรรณนานั้น ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบ เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฟ้องแย้งเรียกเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยก็ดี ค่าเสียหายก็ดี หรือค่าเก็บรักษาสินค้าก็ดี ล้วนเป็นผลโดยตรงจากการที่โจทก์จะต้องรับผิดเพื่อการส่งของไม่ตรงตามคำพรรณนาซึ่งเป็นกรณีที่ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบ การที่จำเลยฟ้องแย้งคดีนี้เมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบฟ้องแย้งของจำเลยจึงขาดอายุความ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้