Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3791/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำขอกู้เงินบำรุงอ้อยระบุว่า ขอกู้เงินเพื่อซื้อพันธุ์อ้อยและบำรุงไร่อ้อย เมื่ออ้อยโตขึ้นผู้กู้ตกลงตัดขายแก่ผู้ให้กู้เพื่อนำเงินค่าอ้อยชำระหนี้ที่ได้กู้เงินมา มิได้ระบุว่าผู้กู้จะต้องปลูกอ้อยเพื่อตัดขายให้แก่ผู้ให้กู้เมื่อใด จึงเป็นหนี้ที่มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้กันไว้ ส่วนวันถึงกำหนดชำระเงินตามเช็คที่โจทก์ออกให้แก่จำเลยในการกู้เงินก็มิใช่กำหนดเวลาชำระหนี้เงินกู้ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ จำเลยไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด จึงตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันที่พ้นกำหนดดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2536 จำเลยตกลงทำสัญญาขายอ้อยสดจำนวน 600 เมตริกตัน ให้โจทก์ และกู้เงินส่งเสริมบำรุงอ้อยจากโจทก์ 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 67,694 บาท แต่เมื่อหนี้ถึงกำหนด จำเลยชำระหนี้เป็นเงินสดและอ้อยสดบางส่วนรวมเป็นเงิน 46,113 บาท โจทก์หักชำระดอกเบี้ยได้เพียงบางส่วน จำเลยคงค้างชำระต้นเงิน 67,694 บาท โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันครบกำหนดชำระหนี้เงินกู้แต่ละครั้งถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 41,560.89 บาท โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 109,254,89 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 67,694 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับดอกเบี้ยจำนวน 41,560.89 บาท เคลือบคลุมเนื่องจากไม่บรรยายว่าคิดดอกเบี้ยอย่างไร กับโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลย เนื่องจากจำเลยกู้เงินโจทก์เพื่อลงทุนซื้อพันธุ์อ้อยและบำรุงอ้อยกับขายอ้อยให้โจทก์ภายหลัง สัญญาจึงไม่มีการคิดดอกเบี้ยต่อกัน เมื่อจำเลยชำระเงินสดและจำนวนอ้อยแล้วจึงค้างชำระต้นเงินเพียง 21,581 บาท และระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2542 ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2544 จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์อีก 4 ครั้ง จึงไม่มีต้นเงินค้างชำระอีก ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 42,948 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 40,945.59 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 สิงหาคม 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 1,581 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 14 เมษายน 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 67,694 บาท ไม่มีข้อตกลงจะให้ดอกเบี้ยแก่กัน ตามคำขอกู้เงินบำรุงอ้อยเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.5 หลังจากทำสัญญา จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์หลายครั้ง รวมเป็นเงิน 66,113 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การกู้เงินตามคำขอกู้เงินบำรุงอ้อยทั้งสามครั้งมีกำหนดเวลาชำระหนี้กันไว้หรือไม่ และจำเลยต้องชำระหนี้แก่โจทก์เพียงใด โจทก์ฎีกาว่าคำขอกู้เงินบำรุงอ้อยครั้งแรกตามเอกสารหมาย จ.3 ระบุกำหนดชำระหนี้คืนวันที่ 6 สิงหาคม 2536 คำขอกู้เงินบำรุงอ้อยฉบับที่ 2 ตามเอกสารหมาย จ.4 กำหนดชำระหนี้คืนวันที่ 23 กันยายน 2536 คำขอกู้เงินบำรุงอ้อยฉบับที่ 3 ตามเอกสารหมาย

จ.5 กำหนดชำรหนี้คืนวันที่ 4 พฤษภาคม 2538 หนี้ทั้งสามรายจึงเป็นหนี้ที่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอนตามวันแห่งปฏิทิน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ภายในเวลาที่ได้กำหนดไว้ตามคำขอกู้เงินบำรุงอ้อยแต่ละฉบับ จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัด โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้เสร็จสิ้นนั้น เห็นว่า คำขอกู้เงินบำรุงอ้อยเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.5 มีข้อความระบุว่า ผู้กู้ประสงค์จะปลูกอ้อยเพื่อขายให้แก่ผู้ให้กู้แต่ขาดเงินที่จะซื้อพันธุ์อ้อยและบำรุงอ้อยจึงขอกู้เงินเพื่อซื้อพันธุ์อ้อยและบำรุงไร่อ้อย เมื่ออ้อยโตขึ้นผู้กู้ตกลงตัดขายแก่ผู้ให้กู้เพื่อนำเงินค่าอ้อยชำระหนี้ที่ได้กู้เงินมา ซึ่งเป็นการตกลงเรื่องวิธีการชำระหนี้โดยส่งมอบอ้อยแทนเงินและมิได้ระบุว่าผู้กู้จะต้องปลูกอ้อยเพื่อตัดขายให้แก่ผู้ให้กู้เมื่อใด

หนี้เงินกู้ทั้งสามรายจึงเป็นหนี้ที่มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้กันไว้ ส่วนวันที่ที่โจทก์อ้างว่าเป็นกำหนดเวลาชำระหนี้คืนตามคำขอกู้เงินบำรุงอ้อยแต่ละฉบับนั้นหาใช่เป็นวันกำหนดชำระหนี้คืนดังที่โจทก์อ้างไม่ แต่เป็นวันถึงกำหนดชำระเงินตามเช็คเอกสารหมาย จ.6 ที่โจทก์ออกให้แก่จำเลยในการกู้เงินดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า หนี้ตามคำขอกู้เงินบำรุงอ้อยตามเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.5 มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้กันไว้ โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ จำเลยได้รับหนังสือของโจทก์แล้วเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2545 แต่ไม่ชำระหนี้จึงตกเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2545 จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว 66,113 บาท คงเหลือต้นเงินค้างชำระแก่โจทก์จำนวน 1,581 บาท จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2545 จนกว่าจะชำระเสร็จนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป เฉลิมภัทรกุล · เรวัตร อิศราภรณ์ · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้