Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3789/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 1 สาขาลำพูนทราบดีว่า สำนักงานสาขาลำพูนของบริษัทจำเลยที่ 1ไม่มีเงินทุนดำเนินการ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้นำเงินค้ำประกันการเข้าทำงาน ของพนักงานมาจ่าย แต่จำเลยที่ 4 ก็ยังดำเนินการรับสมัครงานตลอดมาตามพฤติการณ์จำเลยที่ 4ย่อมทราบดีว่าบริษัทจำเลยที่ 1 ไม่มีงานการรับสมัครพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 1 สาขาลำพูนดังกล่าวเป็นการหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้เงินประกันการเข้าทำงาน ซึ่งจำเลยที่ 4ก็ยังคงดำเนินการให้การหลอกลวงนั้นบรรลุผล เป็นการช่วยเหลือและให้ความสะดวกแก่บริษัทจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กระทำผิดจำเลยที่ 4 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 343, 83 และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินจำนวน179,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การรับสารภาพจำเลยที่ 3 ที่ 4 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 83 ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 หนึ่งหมื่นบาท แม้จำเลยที่ 1 จะให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ แต่โทษปรับตามกฎหมายน้อยอยู่แล้ว จึงไม่สมควรลดให้สำหรับจำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก3 ปี 4 เดือน สำหรับจำเลยที่ 3 ลงโทษจำคุก 3 ปี จำเลยที่ 4ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ข้อนำสืบของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปีให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินจำนวน 179,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาหากมีโทษจำคุกขอให้รอการลงโทษ จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องหรือลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ลงโทษปรับเป็นเงิน 9,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 6,000 บาท จำเลยที่ 3และที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 86 ลงโทษจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ข้อนำสืบของจำเลยที่ 3 และที่ 4ให้ความรู้แก่ศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 4 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ยุติแล้วฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีจำเลยที่ 2เป็นกรรมการผู้จัดการ จำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการภาค จำเลยที่ 4เป็นพนักงานการเงิน สาขาลำพูน ตามวันและเวลาเกิดเหตุบริษัทจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน โดยส่งพนักงานออกไปชักชวนประชาชนให้มาสมัครทำงานกับจำเลยที่ 1 และปิดประกาศรับสมัครไว้หน้าที่ทำการของบริษัทจำเลยที่ 1 สาขาลำพูน ซึ่งความจริงแล้วจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนาจะรับคนเข้าทำงาน และไม่มีงานให้ทำแต่เป็นแผนการที่จะหลอกลวงเอาเงินค่าค้ำประกันการเข้าทำงาน ผู้เสียหายในคดีนี้ทั้ง 18 คนหลงเชื่อคำหลอกลวงดังกล่าวจึงสมัครเข้าทำงานกับบริษัทจำเลยที่ 1สาขาลำพูน และวางเงินค้ำประกันการทำงานกับบริษัทจำเลยที่ 1สาขาลำพูน

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 179,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายเหล่านี้ลาออกแต่ไม่ได้เงินค้ำประกันคืน จำเลยที่ 3 และที่ 4เป็นพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 1 ที่ดำเนินการรับสมัครพนักงานดังกล่าว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยที่ 4ได้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำผิดฐานฉ้อโกงตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามทางนำสืบของคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ความว่า จำเลยที่ 4 ทราบดีว่าที่สำนักงานสาขาลำพูนของบริษัทจำเลยที่ 1 ไม่มีเงินทุนดำเนินงาน ทางสำนักงานใหญ่ไม่ส่งเงินไปให้เลย ค่าเช่าอาคารสำนักงาน เงินเดือนพนักงานอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงาน เช่นค่าโต๊ะ เก้าอี้ ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้นำเอาเงินค้ำประกันการเข้าทำงานของพนักงานมาใช้จ่ายทั้งสิ้นและทราบว่าจำเลยที่ 2 เอาเงินดังกล่าวจากสาขาลำพูนไปด้วย แต่จำเลยที่ 4 ก็ยังดำเนินการรับสมัครพนักงานตลอดมา นางสาวสายฝน อุตตระพยอม และนางสาววิภาสุทธโทธน ผู้เสียหายคดีนี้ซึ่งเป็นผู้ทำบัญชีเบิกความสอดคล้องต้องกันฟังได้ว่าที่สาขาลำพูนมีแต่งานบัญชีงานอื่นไม่มีให้ทำแต่ก็ยังรับพนักงานเพิ่มขึ้นเรื่อย

ๆ การทำบัญชีพบว่าสำนักงานสาขาลำพูนส่งเงินค้ำประกันการทำงานดังกล่าวไปให้จำเลยที่ 2ที่กรุงเทพมหานครประมาณ 50,000 บาท ในช่วงเดือนเมษายน 2527ฐานะของจำเลยที่ 1 สาขาลำพูนไม่ดี บัญชีรายจ่ายของสำนักงานก็ถูกจำเลยที่ 4 สั่งให้ลบและแก้ไขบ่อย ๆ ในระยะหลัง ๆ นี้ไม่มีเงินเหลือส่งเข้าสำนักงานใหญ่เลย นางสาวอุบลพรรณ วรรณรัตน์ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งก็เบิกความว่า หลังจากสมัครเข้าทำงานแล้วสาขาลำพูนไม่มีงานให้ทำ นางสาวอุบลพรรณเคยถามจำเลยที่ 4ก็ได้รับคำตอบว่า ให้รอไปก่อนต่อไปคงมีงานทำ แต่ก็เห็นมีการรับสมัครพนักงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ 4 ย่อมทราบดีว่า บริษัทจำเลยที่ 1 ไม่มีงานการรับสมัครพนักงานของบริษัทจำเลยที่ 1 สาขาลำพูนดังกล่าวเป็นการหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้เงินประกันการเข้าทำงานแต่จำเลยที่ 4 ก็ยังคงดำเนินการให้การหลอกลวงนั้นบรรลุผลข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า

จำเลยที่ 4 ให้การช่วยเหลือและให้ความสะดวกแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ในการกระทำผิดคดีนี้ จำเลยที่ 4จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ที่จำเลยที่ 4 ฎีกาว่าจำเลยที่ 4 มิได้เป็นผู้สนับสนุนให้กระทำผิด แต่จำเลยที่ 4ป้องกันผลประโยชน์ของประชาชนและผู้เสียหายคดีนี้เป็นต้นว่าได้จ่ายเงินเดือนให้พนักงานสาขาลำพูน และจำเลยที่ 4 ไม่เคยประกาศหรือโฆษณาชักชวนผู้เสียหายมาทำงานกับบริษัทจำเลยที่ 1เลยนั้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 4 ดังกล่าวก็หาทำให้จำเลยที่ 4 พ้นความรับผิดไปได้ ฎีกาของจำเลยที่ 4 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยที่ 4 ฎีกาอีกว่า หากศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 4 มีความผิดก็ขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษนั้นเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจในการลงโทษเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย กันนะ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้