Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3789/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีเดิม โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกว่าผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินขอให้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวม เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุด โจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงเดิมเช่นนี้ โจทก์สามารถขอให้บังคับดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสองในคดีเดิม ได้อยู่แล้ว ทั้งประเด็นที่ต้องวินิจฉัยคดีนี้ก็อาศัยเหตุเดียวกันกับคดีก่อนว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายหรือไม่ ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148. ปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ จำเลยก็อ้างอิงปัญหาเช่นว่านั้นในชั้นฎีกาได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249วรรคสอง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่โอนที่ดินส่วนของตนให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดที่ 160040 เฉพาะส่วนของจำเลยทั้งสองให้แก่โจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยทั้งสองบอกเลิกสัญญาแล้ว ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนตามโฉนดที่ 160040 แขวงสวนหลวง เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 21พฤศจิกายน 2505 จำเลยทั้งสองกับพวกมีนายแพ่ง ศรีสุวรรณ และนางสังวาลย์ หนูนารี ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดที่ 2099 แขวงสวนหลวงเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร เฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ในราคา700,000 บาท ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 เมื่อโจทก์วางเงินมัดจำ 100,000 บาทแล้ว ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองกับพวกดังกล่าวไม่จัดการแบ่งแยกที่ดินที่จะขายซึ่งยังเป็นกรรมสิทธิ์รวมอยู่กับนายเวียน หรือสังเวียน ศรีสุวรรณ และนายกวี ศรีสุวรรณ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกเมื่อวันที่ 5 มกราคม 1410 ให้ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายโดยให้จัดการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมของที่ดินแปลงดังกล่าว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 5452/2510 ของศาลแพ่ง

เมื่อศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นให้จำเลยทั้งสองกับพวกไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินส่วนของตนตามโฉนดที่ 2099 ออกจากส่วนของนายเวียนหรือสังเวียนและนายกวีแล้ว โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการแรกคงมีตามฎีกาของโจทก์ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้ซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ 5452/2510 หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 เมื่อโจทก์วางเงินมัดจำ 100,000 บาท ให้แก่จำเลยกับพวกภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2506 แล้ว จำเลยทั้งสองกับพวกจะต้องไปจดทะเบียนแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในนามเดิม และโจทก์จะต้องชำระเงินให้แก่จำเลยกับพวก 300,000 บาท ภายใน 90 วัน ซึ่งตกประมาณวันที่ 21 พฤษภาคม 2506 ต่อจากนั้นอีก 6 เดือนคือภายในวันที่ 21พฤศจิกายน 2506 โจทก์จะต้องชำระเงินส่วนที่เหลืออีก 300,000 บาทให้จำเลยทั้งสองกับพวก

ดังนั้น สิทธิที่จะฟ้องร้องจำเลยทั้งสองกับพวกให้ปฏิบัติตามสัญญาโดยครบถ้วน ย่อมเกิดขึ้นนับแต่วันที่22 พฤศจิกายน 2506 เป็นต้นไป แต่เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2510 ตามคดีหมายเลขแดงที่ 5452/2510 ของศาลแพ่ง โจทก์เพียงฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองกับพวกแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในนามเดิมเท่านั้น หาได้ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองกับพวกโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ด้วยไม่ เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุด โจทก์กลับมาฟ้องคดีนี้ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงเดิมซึ่งโจทก์สามารถฟ้องขอให้บังคับดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสองในคดีเดิมได้อยู่แล้ว ทั้งประเด็นที่ต้องวินิจฉัยคดีนี้ก็อาศัยเหตุเดียวกันกับคดีก่อนที่ว่า

จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายตามเอกสารหมาย จ.1 หรือไม่นั่นเอง ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 และเรื่องฟ้องซ้ำนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ในศาลชั้นต้น จำเลยก็ย่อมอ้างอิงในปัญหาเช่นว่านั้นในชั้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 เมื่อโจทก์ชำระเงินมัดจำ 100,000 บาทแล้ว จำเลยทั้งสองกับพวกจะต้องจัดการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในนามเดิมแต่จำเลยทั้งสองกับพวกยังไม่ปฏิบัติ จึงไม่ถึงเวลาที่โจทก์จะต้องเสนอชำระราคาที่ดินที่เหลือและบังคับให้โอนที่ดินมาเป็นของโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำนั้น เห็นว่า ตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.1 ได้ ระบุเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า"4. ผู้ซื้อจะนำเงินมาวางมัดจำภายใน 90 วัน ภายในวันที่ 20กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 ในการที่ผู้ขายได้รับโฉนดไว้นี้ ถือเป็นมัดจำและผู้ขายยอมแบ่งแยกในนามของผู้ขายเมื่อได้รับเงินสดแทนโฉนดแล้วผู้ซื้อยอมออกเงินค่าธรรมเนียมในการแบ่งแยก ต่อจาก 90 วันนี้ผู้ซื้อจะนำเงินมาวางเป็นงวดที่ 2 เป็นเงิน 300,000 บาท

ภายใน90 วันต่อไปจาก 90 วันก่อน5. ...................6. ต่อจากงวดที่ 2 แล้ว ผู้ซื้อจะนำเงินราคาที่ดินทั้งหมดมาวางแก่ผู้ขายภายใน 6 เดือนจนครบจำนวนเงินที่ซื้อขาย" คำว่า 90วันก่อนย่อมหมายถึง ระยะเวลาที่จะต้องวางเงินมัดจำภายใน 90 วันหรือภายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2506 ที่ระบุไว้ในตอนแรก และข้อความที่ว่าต่อจาก 90 วันนี้ ผู้ซื้อจะนำเงินมาวางเป็นงวดที่ 2เป็นเงิน 300,000 บาท ภายใน 90 วัน ย่อมหมายถึงว่า เมื่อครบกำหนดวางเงินมัดจำดังกล่าวแล้วต่อไปอีก 90 วัน ผู้ซื้อจะต้องนำเงินงวดที่ 2 มาวาง หาใช่จะต้องรอให้ผู้ขายแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในนามเดิมเสียก่อนจึงจะนำเงินงวดที่ 2 มาวางดังที่โจทก์เข้าใจไม่เมื่อฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5699/2560

คดีเดิมโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำขอจดทะเบียนให้โจทก์ทั้งสองพ้นจากการเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมและจดทะเบียนให้โจทก์ทั้งสองกลับเข้าไปเป็นกร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2559

คดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอม โดยมิได้วินิจฉัยว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ทางพิพาทอาจเป็นได้ทั้งทางจำเป็นและทางภาระจำยอมในขณะเดียวกัน แต่โจทก์ไม่มีความจำเป็นใดที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2551

ประเด็นในคดีก่อนมีว่า ผู้ร้องทำละเมิดต่อผู้คัดค้านที่ 1 โดยการทำรั้วในที่ดินของผู้คัดค้านที่ 1 หรือไม่ ส่วนในคดีนี้มีประเด็นว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ กรณีจึงเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2546

คดีก่อนโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าโจทก์ครอบครองมาตั้งแต่ปี 2502 ต่อมาจำเลยไปยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยแจ้งความเท็จว่าเป็นฝ่ายครอบครองโดยซื้อมาจาก ต. เจ้าพนักงานที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3957/2546

คู่ความคดีก่อนกับคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกัน ประเด็นที่ได้วินิจฉัยเป็นอย่างเดียวกันว่า กันสาดหน้าต่างตึกแถวของจำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์หรือไม่ และกันสาดตามฟ้องคดีนี้ก็คือกันสาดเดิมตามฟ้องในคดีก่อน มิได้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้