Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3788/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ 2 ทำไว้กับจำเลยที่ 3 มีข้อความว่า จำเลยที่ 3จะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมาย เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาเอาประกันภัย ข้อความดังกล่าวมีความหมายแต่เพียงว่าจำเลยที่ 2 จะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแทนผู้เอาประกันภัยแก่บุคคลภายนอกเฉพาะแต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากการใช้รถคันที่เอาประกันภัยเท่านั้น เมื่อปรากฏว่าเหตุที่ไฟไหม้พื้นถนนของโจทก์เกิดเพราะจำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2ผู้เอาประกันภัยทิ้งสินค้าที่เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นเองบนรถที่เอาประกันภัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิใช่อุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ที่จำเลยที่ 3 รับประกันภัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างขับรถและเป็นตัวแทนในการประกอบกิจการขนส่งของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุก จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันดังกล่าวจากจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๗ เวลากลางคืน จำเลยที่ ๑ได้ขับรถยนต์ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ บรรทุกสินค้าในรถยนต์แล่นไปตามทางด่วนได้เกิดเพลิงลุกไหม้สินค้าที่บรรทุกมาในรถและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้หล่นลงบนพื้นทำให้ผิวถนนที่ปูลาดด้วยยางแอสฟัลติกคอนกรีตเสียหายโดยละเมิด โจทก์เสียค่าซ่อมถนนเป็นเงิน ๑๐๑,๘๘๐ บาท และเสียค่าน้ำยาดับเพลิงอีกเป็นเงิน ๒,๑๕๐ บาท รวมเป็นค่าเสียหาย ๑๐๔,๐๓๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๑๐๔,๐๓๐ บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกที่เกิดเหตุได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ ๓ จริง แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ ๒ เพราะขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ได้เช่ารถไปใช้ธุรกิจส่วนตัว จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ที่เกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ ๒ จริง ในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อต่อโจทก์ เพียงแต่บรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสินค้าที่บรรทุกมาในรถที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุและเป็นการสุดวิสัย จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๓ จะต้องรับผิดเมื่อเหตุเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างประกันภัย แต่พื้นผิวจราจรถูกเพลิงไหม้ไม่ได้เกิดจากการใช้รถยนต์ที่เอาประกันภัย ค่าเสียหายของโจทก์ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันชำระเงินจำนวน๑๐๑,๘๘๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นอีก ๒,๑๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ ๒ ทำไว้กับจำเลยที่ ๓ ที่มีข้อความว่า จำเลยที่ ๓ จะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยจำเลยที่ ๒ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ฯลฯ เห็นว่า ข้อสัญญาดังกล่าวหมายความแต่เพียงว่า จำเลยที่ ๓ จะรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแทนจำเลยที่ ๒ แก่บุคคลภายนอกเฉพาะแต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากการใช้รถคันที่เอาประกันภัยเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเหตุที่ไฟลุกไหม้สินค้าที่บรรทุกอยู่บนรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาเอง ส่วนไฟที่ไหม้พื้นถนนของโจทก์เป็นเพราะจำเลยที่ ๑ ทิ้งสินค้าที่ไฟลุกไหม้นั้นลงพื้นถนน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิใช่อุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ที่จำเลยที่ ๓ รับประกันภัย โจทก์จะถือเอามาเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๓ ต้องรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ตามกรมธรรม์ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · ชุม สุกแสงเปล่ง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประกาศ บูรพางกูร
ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4904/2565

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้คัดค้านเต็มตามวงเงินสูงสุดตามกรมธรรม์ แต่ยังสงวนสิทธิให้ผู้คัดค้านมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนอีก ย่อมมีผลให้ผู้ร้องต้องรับผิดเกินกว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4888/2558

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์และเป็นผู้เอาประกันภัยโดยทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนกับจำเลยที่ 2 เพื่อคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกรวมถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยและทรัพย์สิน ตาม ป.พ.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10260/2558

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 4 กำหนดให้ค่ารักษาพยาบาลเป็นค่าเสียหายเบื้องต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. ดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 25 วรรคสอง และเมื่อบริษัทรับประก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6519/2548

โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยสินค้าข้าวจากบริษัท ซ. ผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นเจ้าของสินค้าข้าว เมื่อสินค้าพิพาทได้รับความเสียหายในระหว่างการขนส่ง โจทก์ย่อมมีหน้าที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2548

โจทก์ที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุมาโดยชำระเงินดาวน์และชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวด ๆ เงินดาวน์จึงเป็นส่วนหนึ่งของราคารถยนต์ที่เช่าซื้อ เมื่อ ส. ทำละเมิดเป็นเหตุให้รถยนต์เสียหายใช้การไม่ได้ โจทก์ที่ 1 ย่อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้