Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การซื้อขายรถยนต์สมบูรณ์ กรรมสิทธิ์โอนโดยไม่ต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ มาตรา13 ผู้ขายมีอาชีพซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์มา 8-9 ปี ตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีรถยนต์ในร้าน 30 คันบริเวณใกล้เคียงมีร้านบริการซื้อขายรถยนต์หลายสิบร้านถือได้ว่าเป็นพ่อค้าหรือท้องตลาดผู้ซื้อรถตกลงกับผู้ขายในสำนักงานของผู้ซื้อแล้วให้ผู้เช่าซื้อไปรับรถจากร้านของผู้ขายแทนผู้ซื้อผู้ซื้อไม่ต้องคืนรถแก่เจ้าของที่แท้จริง เว้นแต่จะได้รับใช้ราคาที่ซื้อ เจ้าของเอารถนั้นไปจากผู้เช่าซื้อโดยผู้ซื้อไม่ยินยอมเจ้าของต้องคืนรถแก่ผู้ซื้อ แต่ไม่มีนิติสัมพันธ์กับผู้ซื้อที่จะต้องโอนทะเบียนให้เป็นของผู้ซื้ออันเป็นการเกินคำขอในฟ้องอีกด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

รถยนต์ ก.ท.จ. 4101 ของโจทก์ จำเลยที่ 1 เช่าซื้อไปจากโจทก์ แล้วปลอมชื่อกรรมการบริษัทโจทก์โอนไปเป็นของจำเลยที่ 3 โอนขายแก่จำเลยที่ 5 จำเลยที่ 5ให้เช่าซื้อต่อไป โจทก์ติดตามรถคืนมาจากผู้เช่าซื้อนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนใบอนุญาตทะเบียนรถยนต์ที่ปลอม ให้ใบอนุญาตเป็นของโจทก์ตามเดิมให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์แก่จำเลยที่ 5 ตามฟ้องแย้ง และโอนทะเบียนเป็นของจำเลยที่ 5 หากจัดการไม่ได้ ให้โจทก์ใช้เงิน 86,000 บาทกับดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1, 2, 3 และ 6 ใช้ค่าเสียหาย 86,000 บาท แก่โจทก์จำเลยที่ 4 มิได้ร่วมด้วย ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 นอกจากนี้เป็นไปตามศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 5, 6 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 4 และที่ 6 ไม่ได้ร่วมทำผิดด้วย คงมีปัญหาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 5ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาข้อต่อมาตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยที่ 5 ซื้อรถยนต์พิพาทจากพ่อค้าขายของชนิดนั้นหรือในท้องตลาดโดยสุจริต อันจะพึงได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1332 หรือไม่จำเลยที่ 5 มีนายวิลเลี่ยม แมสสัน คัมมิ่ง ซิม กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 5 นายวิสารท อังคทะวานิช นายภิญโญ เกียรติภิญโญ และนายไพรัชสุขไพศาล เป็นพยานว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการ ซึ่งมีนายวิสารทอังคทะวานิช เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ขายรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยที่ 5 ในราคา 86,000 บาท โดยเดิมนายแสงชัยจำเลยที่ 3 ได้ขายรถยนต์ดังกล่าวให้แก่ร้านเล็กบริการ ในราคา 54,000 บาท และได้ลงชื่อไว้ในคำขอโอน

เอกสารหมาย จ.23 ด้านหน้าในช่องผู้โอนและด้านหลังเอกสารดังกล่าว จำเลยที่ 3ได้ลงชื่อไว้อีก 2 แห่งในฐานะเป็นผู้ขายและในฐานะผู้มอบให้ไปโอน จำเลยที่ 3ลงชื่อไว้โดยยังมิได้กรอกข้อความ แต่ได้มอบทะเบียนรถยนต์นั้นไว้แก่นายไพฑูรย์เจ้าของร้านเล็กบริการ ต่อมานายอุดม วรพฤกษ์กิจ ต้องการซื้อรถยนต์คันพิพาทจากร้านเล็กบริการ (ห้างหุ้นส่วนจำกัดเล็กบริการ) โดยวิธีเช่าซื้อ แต่ร้านเล็กบริการจะขายเงินสด ได้แนะนำนายอุดมให้มาติดต่อกับนายวิสารท อังคทะวานิชนายวิสารทจึงซื้อรถยนต์คันพิพาทจากร้านเล็กบริการมาในราคา 58,000 บาท เพื่อจะขายให้นายอุดม โดยติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้ด้วยแต่เงินหมุนเวียนของนายวิสารทมีไม่พอ ไม่อาจให้นายอุดมเช่าซื้อได้ จึงขายรถนั้นให้จำเลยที่ 5 ในราคา 86,000 บาท แล้วแนะนำให้นายอุดมไปเช่าซื้อจากจำเลยที่ 5 ในการทำสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวนายวิสารทเป็นคนกรอกข้อความในคำเสนอขอเช่าซื้อและลงชื่อเป็นผู้เขียนและพยาน

ตอนซื้อจากร้านเล็กบริการและขายให้จำเลยที่ 5 ได้ทำสัญญาซื้อขายกันไว้ นายวิสารทได้ส่งหลักฐานให้จำเลยที่ 5 รวมทั้งหลักฐานการที่ร้านเล็กบริการซื้อรถยนต์คันพิพาทมา จำเลยที่ 5 ยอมให้นายอุดมเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวนายวิสารทเป็นผู้จัดการโอนทะเบียนรถพิพาทจากนายแสงชัยจำเลยที่ 3 ไปเป็นของจำเลยที่ 5 โดยนายไพรัช สุขไพศาล คนงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการเป็นผู้กรอกข้อความในเรื่องราวขอโอน คือเอกสารหมาย จ.23 ที่เขียนไว้ว่าซื้อรถพิพาทในราคา 5,000 บาท เพื่อให้โอนได้และเพื่อหลีกเลี่ยงเสียเงินค่าอากรแสตมป์มาก ๆ ไม่ใช่ราคาซื้อขายที่แท้จริง โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานหักล้าง ทั้งนายอุดม วรพฤกษ์กิจ พยานโจทก์ก็เบิกความรับว่าได้ติดต่อเช่าซื้อรถยนต์พิพาทกับห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการ และห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการเป็นคนจัดการทำสัญญาเช่าซื้อระหว่างนายอุดมกับบริษัทจำเลยที่ 5

อนึ่ง ได้ความจากคำเบิกความของนายวิสารท อังคทะวานิช ว่า นายวิสารทมีอาชีพรับซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์ทั้งเก่าและใหม่ โดยได้รับใบอนุญาตจากกรมตำรวจ ทำอาชีพนี้มาประมาณ 8-9 ปีแล้ว จัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการ มีรถยนต์ที่ทำการซื้อขายในร้านประมาณ 30 คัน ตั้งห้างอยู่ที่ถนนวิสุทธิกษัตริย์ บริเวณใกล้เคียงกันมีร้านบริการซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์เช่นเดียวกันอยู่หลายสิบร้าน ถือได้ว่าเป็นท้องตลาดสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยที่ 5 ซื้อรถยนต์พิพาทจากพ่อค้าขายของชนิดนั้นหรือในท้องตลาดโดยสุจริต ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังกล่าว จำเลยที่ 5 ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 คือไม่จำต้องคืนให้แก่เจ้าของแท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา

ที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงคดีนี้นายวิสารทมิได้ขายรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยที่ 5 หากแต่นายวิสารทประกอบกิจการค้าร่วมกับจำเลยที่ 5 ขายรถยนต์ให้แก่นายอุดมลูกค้า โดยนายอุดมทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 5 โดยนายวิสารทเป็นคนจัดการแทนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า วิธีการดังที่ปรากฏจากพยานหลักฐานที่จำเลยที่ 5 นำสืบนั้นเป็นการเอื้อเฟื้อกันในการประกอบธุรกิจการค้าระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการกับจำเลยที่ 5 เท่านั้น มิใช่เป็นการกระทำในฐานะตัวการตัวแทนหรือประกอบกิจการค้าร่วมกัน ฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับเอกสารหมาย ล.2 และ ล.4 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1515/2516 ของศาลแพ่งนั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า

เอกสารหมาย ล.2 แสดงว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการได้ขายรถยนต์พิพาทให้จำเลยที่ 5 ในราคา 86,000 บาท การที่จำเลยที่ 5 ยอมทำสัญญาให้นายอุดมเช่าซื้อรถยนต์นั้นก็แสดงว่า จำเลยที่ 5 ซื้อแล้วจึงได้ให้นายอุดมเช่าซื้อต่อไป การซื้อขายรถยนต์นั้นเพียงแต่คู่สัญญาตกลงซื้อขายกันก็สมบูรณ์ เป็นสัญญาซื้อขายอันเป็นเหตุให้กรรมสิทธิ์โอนไปแล้ว มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ที่โจทก์อ้างเป็นบทบัญญัติเพื่อความสะดวกแก่การควบคุมของเจ้าพนักงาน ทะเบียนรถยนต์มิใช่หลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแพ่ง เอกสารหมาย ล.2 ประกอบกับเอกสารหมาย ล.4 ในคดีของศาลแพ่งดังกล่าวแสดงว่านายวิสารทซื้อรถยนต์จากนายไพฑูรย์แห่งร้านเล็กบริการเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2515 ตามเอกสารหมาย

ล.4 แล้วขายให้จำเลยที่ 5 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2515 ตามเอกสารหมาย ล.2 ในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการ พร้อมกับแนบคำเสนอขอเช่าซื้อของนายอุดมไปด้วย ตามเอกสารหมาย ล.3 พร้อมทั้งสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ 5 ตกลงให้นายอุดมเช่าซื้อตามคำเสนอขอซื้อ จึงลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อในฐานะเจ้าของดังนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ 5 ซื้อรถยนต์พิพาทจากห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการถูกต้องแล้ว และให้นายอุดมเช่าซื้อไปในวันที่ 20 กรกฎาคม 2515 นั้น ทั้งในคดีหมายเลขดำที่ 1515/2516 ของศาลแพ่งยังมีเอกสารซึ่งนายไพฑูรย์ เทศอ่ำ ส่งศาลแสดงว่า นายไพฑูรย์ เทศอ่ำ เจ้าของร้านเล็กบริการได้ซื้อรถยนต์พิพาทจากนายแสงชัยไว้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2515 ในราคา 54,000 บาทประกอบด้วย แสดงว่าจำเลยที่ 5 ซื้อรถยนต์พิพาทจากผู้ขายรถยนต์เป็นอาชีพในท้องตลาดโดยสุจริต

ที่โจทก์ฎีกาว่านายวิสารทเสนอขาย จำเลยที่ 5 สนองรับ สัญญาซื้อขายหากจะเกิดขึ้นจริงก็เกิดขึ้น ณ ที่ทำการของจำเลยที่ 5 เป็นการซื้อขายระหว่างบุคคลมิใช่ซื้อในท้องตลาดดังที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะนายอุดมผู้เช่าซื้อได้รับรถยนต์ไปจากห้างหุ้นส่วนจำกัดวิสารทยนต์บริการในฐานะผู้เช่าซื้อจากจำเลยที่ 5 เป็นการรับมอบไปในฐานะที่จำเลยที่ 5 เป็นเจ้าของ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 5 ยอมมอบรถยนต์คืนให้แก่โจทก์โดยไม่มีเงื่อนไขย่อมเรียกคืนไม่ได้นั้น ขัดกับพยานเอกสาร กล่าวคือตามเอกสารหมาย ล.1 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2515 จำเลยที่ 5 ได้เรียกร้องให้โจทก์ส่งมอบรถแก่จำเลยที่ 5 หรือผู้เช่าของจำเลยที่ 5 แล้ว แต่โจทก์ได้ตอบปฏิเสธไม่ยอมคืนให้แก่จำเลยที่ 5 หรือลูกค้าของจำเลยที่ 5 ตามเอกสารหมาย

จ.4 ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1515/2516 จะว่าจำเลยที่ 5 ยอมมอบคืนรถยนต์ให้แก่โจทก์โดยไม่มีเงื่อนไขได้อย่างไรโจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า การที่ศาลพิพากษาให้โจทก์โอนทะเบียนรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยที่ 5 เป็นการพิพากษาเกินคำขอตามฟ้องแย้งทั้งโจทก์กับจำเลยที่ 5 มิได้มีนิติสัมพันธ์ต่อกันอันจะทำให้โจทก์มีหน้าที่โอนทะเบียนรถยนต์ให้แก่จำเลยที่ 5ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำขอท้ายฟ้องแย้งของจำเลยที่ 5 มีเพียงว่า ขอให้ศาลบังคับให้โจทก์คืนรถยนต์รายพิพาทในสภาพที่สมบูรณ์ใช้การได้ดีให้จำเลยที่ 5 ถ้าคืนไม่ได้ขอให้โจทก์ใช้ราคารถ 86,000 บาท ให้จำเลยที่ 5 พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้จำเลยที่ 5 เท่านั้น

มิได้ขอบังคับให้โจทก์โอนทางทะเบียนให้แก่จำเลยที่ 5 ด้วย ทั้ง ๆ ที่โจทก์ได้ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตทะเบียนรถยนต์พิพาทซึ่งนายทะเบียนยานพาหนะนครหลวงกรุงเทพธนบุรีคัดให้ใหม่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2515 ฉบับที่ ถ.134294 และการโอนทางทะเบียนจากบริษัทโจทก์ให้แก่จำเลยที่ 4 จากจำเลยที่ 4 ไปให้แก่จำเลยที่ 3 และจากจำเลยที่ 3ไปให้แก่จำเลยที่ 5 พร้อมทั้งใบอนุญาตทะเบียนรถยนต์ที่ออกให้เนื่องจากการโอนนั้น ๆ เสีย โดยให้ทะเบียนรถยนต์กับพิพาทเป็นของโจทก์ตามเดิม การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์โอนทางทะเบียนให้แก่จำเลยที่ 5 ซึ่งโจทก์อุทธรณ์ขึ้นมาด้วย แต่ศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขอย่างใดในข้อนี้ เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ซึ่งห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ทั้งโจทก์กับจำเลยที่ 5 ก็มิได้มีนิติสัมพันธ์ต่อกันในอันที่จะให้ศาลบังคับเช่นนั้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 6 และให้โจทก์คืนรถยนต์รายพิพาทแก่จำเลยที่ 5 ในสภาพสมบูรณ์ใช้การได้ดี ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาที่จำเลยที่ 5ซื้อมา 86,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องแย้ง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้